ที่มา : กองพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
ข้อมูล ณ วันที่ 1 เมษายน 2561
ลำดับ ชื่อแหล่งท่องเที่ยว ประวัติความเป็นมา ตำบล/แขวง อำเภอ/เขต จังหวัด ภูมิภาค ประเภทแหล่งท่องเที่ยว
21 วัดพิกุลทอง นมัสการพระสังกัจจายน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก - ท่าช้าง สิงห์บุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
22 วัดโบสถ์ เดิมเป็นวัดร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา พระอุโบสถเป็นเพียงแห่งเดียวที่สร้างโดยใช้รางรถไฟเป็นแกนกลาง แกะสลักบานประตู หน้าต่างโบสถ์ โดยช่างที่มีฝีมือของเมืองสิงห์บุรี - อินทร์บุรี สิงห์บุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
23 วัดพระปรางค์ (ชัณสูตร) ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 บ้านโคกหม้อ ตำบลเชิงกลัด ภายในบริเวณวัดมีพระปรางค์ศิลปะแบบอยุธยาตอนต้น พุทธศตวรรษที่ 21 สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช องค์ปรางค์สูงประมาณ 15 เมตร ก่อด้วยอิฐแบบปรางค์ไทยสูงชะลูดคล้ายฝักข้าวโพด ฐานเตี้ย ภายในกลวง มีคูหาสี่เหลี่ยมจตุรัสบนผนังคูหา และปัจจุบันร่องรอยภาพจิตรกรรมฝาผนังได้ลบเลือนไปแล้ว ด้านหลังมีวิหารเก่าแก่แบบอยุธยา หน้าบันเป็นลายแกะสลักไม้รูปตัวสิงห์และคันทวยต่าง ๆ มีภูเขาและรอยพระพุทธบาทจำลองบนยอดเขา นอกจากนั้นยังปรากฏร่องรอยของเตาเผาแม่น้ำน้อยประมาณ 3-4 เตา วัดพระปรางค์ถูกขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478 เป็นวัดสำคัญเก่าแก่แห่งหนึ่งในจังหวัดสิงห์บุรี ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 บ้านโคกหม้อ ตำบลเชิงกลัด ภายในบริเวณวัดมีพระปรางค์ศิลปะแบบอยุธยาตอนต้น พุทธศตวรรษที่ 21 สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช องค์ปรางค์สูงประมาณ 15 เมตร ก่อด้วยอิฐแบบปรางค์ไทยสูงชะลูดคล้ายฝักข้าวโพด มีซุ้ม 4 ทิศก่อฉาบปูนตกแต่งลวดลายปูนปั้นที่ซุ้มบรรณแถลงและชั้นประดับ รูปครุฑยุดนาคและรูปอสูรถือกระบองอยู่เหนือชั้นเชิงบาตร ฐานเตี้ย ภายในกลวง มีคูหาสี่เหลี่ยมจตุรัสบนผนังคูหา ปัจจุบันร่องรอยภาพจิตรกรรมฝาผนังได้ลบเลือนไปแล้ว ส่วนพระอุโบสถและวิหารเป็นสถาปัตยกรรมในสมัยหลัง ประมาณอยุธยาตอนปลายเนื่องจากได้ขยายพื้นที่ออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ใกล้บริเวณแหล่งเตาเผา วิหารเก่าแก่แบบอยุธยานี้ หน้าบันเป็นลายแกะสลักไม้รูปตัวสิงห์และคันทวยต่าง ๆ มีภูเขาและรอยพระพุทธบาทจำลองบนยอดเขา นอกจากนั้นยังปรากฏร่องรอยของเตาเผาแม่น้ำน้อยประมาณ 3-4 เตา วัดพระปรางค์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478 โพทะเล ค่ายบางระจัน สิงห์บุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
24 ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์วีรชนค่ายบางระจัน อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจันสร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์แก่ชาวบางระจัน นอกจากนั้นยังมีอาคารพิพิธภัณฑ์และศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นบ้านซึ่งสนับสนุนโดย อบจ.สิงห์บุรี บางระจัน ค่ายบางระจัน สิงห์บุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
25 ค่ายบางระจันสร้างสรรค์เยาวชน ค่ายบางระจันสร้างสรรค์เยาวชน ดำเนินการก่อสร้างโดยใช้งบยุทธศาสตร์จังหวัดสิงห์บุรี ปี 2548-2549 มีการจัดภูมิทัศน์แบบค่ายพักเยาวชน ประกอบด้วยเรือนพัก ห้องพัก ศาลาวิถีชีวิตไทย แพอาหาร หอสังเกตุการณ์ ศูนย์เรียนรู้อินเตอร์เน็ตเพื่อมุ่งเน้นให้เยาวชนทั่วไป ที่มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม ณ ค่ายแห่งนี้ได้สำนึกในความรักชาติ สามัคคี และความเสียสละ ตลอดจนสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมสืบไป บางระจัน ค่ายบางระจัน สิงห์บุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
26 วัดโพธิ์เก้าต้น วัดโพธิ์เก้าต้น หรือวัดไม้แดง อยู่ในบริเวณค่ายบางระจัน เป็นสถานที่วีรชนชาวบ้านบางระจัน ในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา ใช้เป็นที่มั่นในการต่อต้านข้าศึก ภายในบริเวณวัดมีวิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ รูปปั้นพระอาจารย์ธรรมโชติ สระน้ำศักดิ์สิทธิ์ มีต้นไม้แดง ที่ยืนต้นมาแต่สมัยอยุธยาในบริเวณนี้ บางระจัน ค่ายบางระจัน สิงห์บุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
27 วัดกลางท่าข้าม ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน้อย เป็นวัดที่มีประวัติมากมาย เป็นที่เก็บรักษาเรือมาดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระราชทานแก่หลวงพ่อเพื่อนและเมื่อปี พ.ศ.2544 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จประพาสจังหวัดสิงห์บุรี และประทับเรือมาดฯจำปาทองทอดพระเนตรวิถีชีวิตของชาวบ้านริมแม่น้ำน้อย จากวัดกลางท่าข้ามถึงวัดพิกุลทอง ท่าข้าม ค่ายบางระจัน สิงห์บุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
28 วัดสิงห์สุทธาวาส เดิมชื่อ วัดสิงห์ เป็นวัดไทย นิกายมหานิกาย ในอดีตเป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อนาค โบสถ์ของวัดนี้ดูสวยแปลกตากว่าที่อื่น เพราะมีตัวพญานาคสีพันธ์อยู่รอบโบสถ์ ภายในก็มีจิตรกรรมฝาผนังอันงดงาม โพสังโฆ ค่ายบางระจัน สิงห์บุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
29 เตาเผาแม่น้ำน้อย ตั้งอยู่ในวัดพระปรางค์ เป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาขนาดใหญ่ที่สุด ในสมัยกรุงศรียุธยา ระหว่าง พ.ศ. 1914 - 2310 ตั้งอยู่บนเนินขนาดใหญ่ ตัวเตาบางส่วนคล้ายเรือประทุน จึงเรียกว่าเตาประทุน แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ปล่องไฟ ห้องวางเครื่องปั้นดินเผา และห้องเชื้อเพลิง ผลิตภัณฑ์ที่พบมากคือ ไห ไหสี่หู อ่าง ครก กระปุกขวด ช่อฟ้า กระเบื้องปูพื้น กาน้ำ กระสุนปืนใหญ่ ท่อน้ำดินเผา ประติมากรรมลอยตัวรูปสัตว์ต่าง ๆ ผู้สนใจสามารถขอเข้าชมโบราณวัตถุเหล่านี้ได้ที่กุฎิเจ้าอาวาสวัดพระปรางค์ แหล่งโบราณคดีแห่งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นมรดกวัฒนธรรมที่สำคัญ ยังเป็นศูนย์ศึกษาทางวิชาการเซรามิกอันยิ่งใหญ่ของโลกอีกด้วย เชิงกลัด บางระจัน สิงห์บุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
30 อุทยานแม่ลามหาราชานุสรณ์ คำว่า “แม่ลา” เป็นชื่อลำน้ำสายหนึ่งในท้องที่จังหวัดสิงห์บุรี ไหลผ่านพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อำเภออินทร์บุรี อำเภอบางระจัน และอำเภอเมืองสิงห์บุรี เป็นลำน้ำธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารของปลา ฉะนั้นปลาที่จับได้จากลำน้ำแม่ลาจึงมีรสชาติอร่อย อ้วน เนื้อนุ่ม มัน โดยเฉพาะปลาช่อนแม่ลา ซึ่งเป็นอาหารและของฝากที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสิงห์บุรี ปัจจุบันปลาช่อนแม่ลาหายากขึ้นทุกวัน ทางราชการจึงหาทางอนุรักษ์และฟื้นฟู โดยขุดลอกลำน้ำ และสร้างอุทยานแม่ลามหาราชานุสรณ์ขึ้นริมฝั่งแม่น้ำลาการ้อง โดยรอบ ๆ บริเวณอาคารได้จัดให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน นอกจากนั้นทางอุทยานฯ มีบริการบ้านพักไว้สำหรับนักท่องเที่ยว จำนวน 4 ห้อง ทับยา อินทร์บุรี สิงห์บุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
31 ตลาดปากบาง ตลาดเทศบาลปากบาง อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีความเจริญมาช้านานคู่กับตำบลพรหมบุรี มีสินค้าที่ผลิตจากชุมชนจำหน่ายมากมาย พรหมบุรี พรหมบุรี สิงห์บุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
32 วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งอยู่ในตำบลจักรสีห์ สันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างสมัยก่อนกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ขนาดใหญ่ ลักษณะแบบสุโขทัยมีความยาว47.4 เมตร จักรสีห์ เมืองสิงห์บุรี สิงห์บุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
33 วัดสว่างอารมณ์ เป็นแหล่งปั้นพระพุทธรูปเหมือน ที่สืบทอดวิชาปั้นพระพุทธรูปมาจากตระกูลช่างบ้านช่างหล่อธนบุรี และที่วัดนี้ยังเป็นแหล่งเก็บตัวหนังใหญ่ที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย มีตัวหนังเล่นได้กว่า 300 ตัว ต้นโพธิ์ เมืองสิงห์บุรี สิงห์บุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
34 วัดประโชติการาม เป็นวัดเก่าแก่ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปางห้ามญาติ พุทธลักษณะงดงาม ศิลปะแบบสุโขทัยขนาดใหญ่ 2 องค์ คือ หลวงพ่อทรัพย์ สูง 6 วา 7 นิ้ว และหลวงพ่อสิน สูง 3 วา 3 ศอก 5 นิ้ว ซึ่งมีพุทธลักษณะที่งดงาม เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไป บางกระบือ เมืองสิงห์บุรี สิงห์บุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
35 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินทร์บุรี ตั้งอยู่ในบริเวณวัดโบสถ์ อำเภออินทร์บุรี มีโบราณวัตถุ ที่สำคัญ และหาดูได้ยาก เช่น คานหามรัชกาล ที่ 5 หนังใหญ่วัดประศุก พัดยศสมณศักดิ์ พัดรอง ในงานพิธีต่าง ๆ สมัยรัชกาลที่ 5-6 พระพุทธรูป หินเขียวธรรมจักร สมัยทวารวดี ซึ่งพบที่คูเมือง และหีบอ้อยโบราณ เป็นต้น บริเวณใกล้กับ พิพิธภัณท์ มีโบสถ์โบราณ ซึ่งก่อสร้างอย่างประหลาด โดยเอารางรถไฟ เป็นแกนกลางข้างล่าง ทั้งตัวโบสถ์ เป็นเครื่องไม้ บานประตูหน้าต่าง แกะสลัก โดยช่าง ฝีมือเยี่ยม ของสิงห์บุรี อินทร์บุรี อินทร์บุรี สิงห์บุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
36 วัดม่วง ตั้งอยู่ฝั่งทางตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาการเดินทาง วัดม่วงนี้มีจุดเด่นที่น่าสนใจที่วิหารเก่าแก่สมัยอยุธยา ซึ่งภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังพุทธประวัติเป็นภาพเขียนสีฝุ่น ฝีมือวาดชั้นครูที่งดงามสมบูรณ์มากที่สุดของภาคกลางสันนิษฐานว่าเขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 แห่ง กรุงรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันได้รับการบูรณะจากกรมศิลปากร อินทร์บุรี อินทร์บุรี สิงห์บุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
37 วัดสาลโคดม วัดสาลโคดม เดิมเป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลางในราว พ.ศ. 2190 ชาวบ้านเรียก วัดสาลโคดม ต่อมาได้กลายสภาพเป็นวัดร้าง ถึงปี พ.ศ. 2515 เป็นต้นมา ชาวบ้านได้ร่วมใจกันบูรณะพัฒนาขึ้น ได้จัดซื้อที่ดินเพิ่มเติมและติดต่อขอยกสภาพวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระสงฆ์ โดยให้มีนามว่า วัดสาลโคดม ทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรม พ.ศ. 2516 สำหรับปูชนียวัตถุมีพระประธานในอุโบสถมีพระนามว่า พระพุทธชินวรมุณี ขนาพพระเพลากว้าง 8 ศอก ปางสมาธิ ชาวบ้านมักเรียกว่า หลวงพ่อเศียร เพราะเดิมนั้นมีแต่เศียรได้ทำองค์สรีระขึ้นภายหลัง ลักษณะเศียรพระเป็นศิลปสมัยอยุธยาตอนกลางเป็นเศียรที่พบอยู่ที่วัดนี้ ทับยา อินทร์บุรี สิงห์บุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
38 เมืองโบราณบ้านคูเมือง อยู่ภายในสวนรุกขชาติคูเมือง สันนิษฐานว่าเป็นชุมชนโบราณสมัยทวาราวดี มีเนินดินขนาดใหญ่ มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ มีการขุดค้นพบภาชนะดินเผามากมาย เช่น เครื่องถ้วยชาม หม้อ ไห กาน้ำ ลูกปัดหินสีต่าง ๆ ตะคันดินเผา ธรรมจักรหินเขียว ตุ้มหู ลูกปัด หินสี และเหรียญเงินมีคำจารึกว่า “ศรีทวารวดีศวรปุญยะ” แสดงให้เห็นว่ามีชุมชนอาศัยอยู่ในบริเวณนี้ติดต่อกันมาตั้งแต่สมัยฟูนันจนถึงรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันวัตถุโบราณ ที่ค้นพบได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินทร์บุรี และภายในบริเวณเมืองโบราณบ้านคูเมืองปัจจุบัน ได้จัดให้เป็นสวนรุกขชาติ มีเนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ มีคูน้ำโบราณล้อมรอบ มีพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ร่มรื่นสวยงาม ห้วยชัน อินทร์บุรี สิงห์บุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
39 เทวาลัยพระพรหม เทวาลัยพระพรหม สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2551 ในโอกาสที่ระลึก 80 ปี ของพระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี เป็นพระที่สอนการนั่งวิปัสสนา กัมมัฏฐาน ที่เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางแม้กระทั่งชาวต่างชาติก็เลี่อมใสในสายทางการปฏิธรรมตามแนวทางของหลวงพ่อจรัญ ในระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมาหลวงพ่อจรัญได้สอนนักปฏิบัติธรรมจำนวนมากมาย ในช่วงวันหยุดเทศกาลต่างๆ จะมีประชาชนเดินทางมาเข้าฝึกปฏิบัติธรรมที่วัดอัมพวัน อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี เป็นจำนวนหลายพันคน ในปัจจุบันจึงได้มีการสร้างวัดในจังหวัดต่างๆ เพื่อสอนการปฏิบัติธรรมตามสายทางนี้ให้ทั่วถึง โดยประชาชนจะได้ไม่ต้องเดินทางไกลมาจนถึงวัดอัมพวัน ในโอกาสที่หลวงพ่อจรัญได้มีอายุ 80 ปี เหล่าบรรดาศิษยานุศิษย์ ได้ร่วมกันสร้างเทวาลัยพระพรหมขึ้น เสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2551 โดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างดังนี้ 1.เพื่อเผยแพร่ประวัติของหัวเมืองพรหมในอดีต 2.เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจของประชาชนให้มุ่งมั่นทำความดีเพื่อประเทศชาติ 3.เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสิงห์บุรี 4.เพื่อเป็นจุดพักของผู้เดินทางกราบสักการะขอพรพระพรหมและอุดหนุนสินค้าวิสาหกิจชุมชน (OTOP) ม่วงหมู่ เมืองสิงห์บุรี สิงห์บุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
40 อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจันเป็นรูปหล่อประติมากรรมของหัวหน้าชาวค่ายบางระจันทั้ง 11 คน สร้างโดยกรมศิลปากรปรากฏสวยเด่นเป็นสง่า และค่ายบางระจันในปัจจุบันได้สร้างจำลองโดยอาศัยรูปแบบค่ายในสมัยโบราณ และภายในบริเวณยังมี อาคารศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์วีรชนค่ายบางระจัน จัดห้องนิทรรศการโดยแบ่งออกเป็นห้องต่าง ๆ ห้องแรก แสดงเรื่องค่ายบางระจัน เครื่องใช้โบราณ แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย หนังใหญ่ ห้องที่สอง จัดแสดงมรดกเมืองสิงห์บุรี ห้องที่สาม แสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเมืองสิงห์บุรีและของดีเมืองสิงห์บุรี บางระจัน ค่ายบางระจัน สิงห์บุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
ลิขสิทธิ์ © 2561 กรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism)
สนามกีฬาแห่งชาติ ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 เบอร์โทร : 0-2219-4010-7 แฟกซ์ : 0-2216-6906 อีเมล : [email protected]