ที่มา : กองพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
ข้อมูล ณ วันที่ 1 เมษายน 2561
ลำดับ ชื่อแหล่งท่องเที่ยว ประวัติความเป็นมา ตำบล/แขวง อำเภอ/เขต จังหวัด ภูมิภาค ประเภทแหล่งท่องเที่ยว
1 วัดบางกระเบา (ค้างคาวแม่ไก่) วัดบางกระเบา เป็นวัดของพระเกจิอาจารย์ชื่อเสียงโด่งดัง คือ หลวงพ่อจาด ภายในบริเวณวัดบางกระเบา มีค้างคาวแม่ไก่จำนวนนับพันตัวอาศัยอยู่ตามต้นไม้ วัดบางกระเบาอยู่บนถนนสายบ้านสร้าง-บางแตน ห่างจากที่ว่าการอำเภอบ้านสร้างประมาณ 6 กม. เป็นวัดของพระเกจิอาจารย์ชื่อเสียงโด่งดัง คือ หลวงพ่อจาด ภายในบริเวณวัดบางกระเบา จะมีค้างคาวแม่ไก่จำนวนนับพันตัวอาศัยอยู่ตามต้นไม้ - บ้านสร้าง ปราจีนบุรี ภาคตะวันออก แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
2 โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นโรงพยาบาลนำร่องเรื่องการแพทย์แผนไทย ใช้สมุนไพรบำบัดรักษาโรค มีการนวด อบ ประคบ และฝังเข็ม แปรรูปสมุนไพรไทยเป็นเวชภัณฑ์ และเครื่องสำอางค์จำหน่ายในนาคาย่อมเยา นอกจากนี้ยังได้จัดโครงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มุ่งเน้นการ ดูแลสุขภาพแบบองค์รวมทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคม โดยให้เกิดการเรียนรู้ ใช้เวลา 3 วัน อัตราค่าบริการประมาณ 3,500 บาท/คน (กิจกรรมนี้งดบริการช่วงฤดูฝน) โทร. 0 3721 108 ท่างาม เมืองปราจีนบุรี ปราจีนบุรี ภาคตะวันออก แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
3 แก่งหินเพิง (ล่องแก่ง) ตั้งอยู่ที่ตำบลสะพานหิน อำเภอนาดี เป็นแก่งหินขนาดใหญ่ที่สวยงามอยู่ในลำน้ำใสใหญ่ ซึ่งมีลักษณะทางธรณีวิทยา เป็นชั้นหินทราย อยู่ในเขตความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ 9 (ใสใหญ่) อำเภอนาดี เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่เหมาะแก่การล่องเรือยางที่ท้าทายและสนุกสนาน ในช่วงฤดูฝนราวเดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายน เป็นช่วงที่มีปริมาณน้ำหลาก ล้นแก่ง และไหลลดหลั่นเป็นชั้นๆ เหมาะสำหรับการล่องแก่งหินเพิง หากพ้นช่วงฤดูฝนไปแล้วแก่งหินเพิงนี้จะกลายเป็นลานโขดหินกว้างใหญ่ การล่องแก่งหินเพิงจะผ่านแก่งต่างๆ ได้แก่ แก่งหินเพิง แก่งวังหนามล้อม แก่งวังบอน แก่งลูกเสือ แก่งวังไทร แก่งงูเห่า ใช้แพยางนั่งได้ประมาณ 8 - 10 คน ล่องไปตามลำน้ำใสใหญ่ ผู้ประกอบการจะพานักท่องเที่ยวไปยังบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่ 9 (ใสใหญ่) และเดินป่าไปยังต้นน้ำ ระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที จากนั้นจะเริ่มล่องแก่งมายังจุดสุดท้ายบริเวณ ขญ.9 ใช้เวลาล่องแก่งประมาณ 30 นาที นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อบริษัทนำเที่ยวที่จัดกิจกรรมในการล่องแก่งหินเพิงและสามารถพักค้างแรมแบบแคมป์ปิ้ง หรือจะพักรีสอร์ทในเขตอำเภอนาดีก็ได้ การเดินทางใช้เส้นทางสายอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดนครราชสีมา เส้นทางหลวงหมายเลข 304 จากปากทางกิโลเมตรที่ 11 เข้าไปประมาณ 25 กิโลเมตร แล้วจอดรถไว้ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หน่วยความรับผิดชอบที่ 9 และต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 45 นาที ก็จะถึงแก่งหินเพิง - นาดี ปราจีนบุรี ภาคตะวันออก แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
4 กลุ่มโบราณสถานสระมรกต ตั้งอยู่ในตำบลโคกไทย อำเภอศรีมโหสถ ห่างจากอำเภอเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 319 ถนนสุวินทวงศ์เป็นระยะทางประมาณ 24 กม. เป็นกลุ่มโบราณสถานทางพุทธศาสนาซึ่งมีการก่อสร้างซ้อนทับกันมาหลายสมัย เริ่มตั้งแต่ก่อนพุทธศตวรรษที่ 11 เป็นต้นมา จนกระทั่งถึงพุทธศตวรรษที่ 18 ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างศิลาแลงและอิฐ ส่วนใหญ่คงเหลือรากฐานเฉพาะอาคารเท่านั้น พ.ศ. 2529 ระหว่างการขุดแต่งได้ค้นพบรอยพระพุทธบาทคู่สลักอยู่บนศิลาแลงที่ฝ่าพระบาทสลักรูปธรรมจักรนูนทั้งสองข้างระหว่างรอยพระบาทมีการกากบาทสลักลึกเป็นร่อง ตรงกลางมีหลุมสันนิษฐานว่า มีไว้เพื่อปักฉัตรหรือร่มรอยพระพุทธบาทคู่นี้คาดว่าสร้างขึ้นสมัยทวารวดีถึงสมัยลพบุรีนับเป็นรอยพระพุทธบาทที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย บริเวณใกล้กันมี บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งพบพระพุทธรูป และโบราณวัตถุเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมี สระมรกต ซึ่งเป็นสระรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างประมาณ 115 เมตร ยาว 214 เมตร ลึก 3.50 เมตร มีพื้นที่ประมาณ 25 ไร่ สันนิษฐานว่าขุดขึ้นมาเพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำและได้นำศิลาแลงไปใช้ในการก่อสร้าง นอกจากสระมรกตแล้วยังมีสระบัวหล้า และ อาคารศรีมโหสถจัดแสดงนิทรรศการความรู้ เกี่ยวกับโบราณสถานเมืองศรีมโหสถและจัดแสดงโบราณวัตถุที่ค้นพบในบริเวณนั้น ที่สำคัญๆ เช่น จารึกเนินสระบัว (ศิลาจารึกหลักที่ 56) เป็นศิลาจารึก หินทรายสีขาวขนาดกว้าง 40 ซม. ยาว 177 ซม. เดิมถูกขนย้ายจากโบราณสถานใกล้สระบัวหรือสระบัวล้า มาพิงไว้ที่โคนต้นโพธิ์ วัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ์ ได้รับการสำรวจและทำสำเนาครั้งแรกเมื่อ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2496 โดยนายชิน อยู่ดี ปัจจุบันจารึกนี้ จัดแสดงอยู่ภายในอาคารศรีมโหสถ ภายในเมืองโบราณแห่งนี้ยังคงปรากฏสระน้ำโบราณ 2 แห่ง คือ สระแก้วและสระขวัญ อยู่ห่างจากคูเมืองประมาณ 100 ม. ลักษณะเป็นสระรูปสี่เหลี่ยม ที่ขอบสระแก้วมีภาพสลักรูปสัตว์บนศิลาแลง เช่น ช้าง สิงห์ เสือ ฯลฯ นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าเป็นสระน้ำที่ใช้ประกอบพิธีกรรม โคกไทย ศรีมโหสถ ปราจีนบุรี ภาคตะวันออก แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
5 วัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ (ต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ) อยู่ในเขตวัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ ตำบลโคกปีบภาย ในวัดมีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย สันนิษฐานว่าเป็นหน่อจากต้นพระศรีมหาโพธิ สถานที่ตรัสรู้จากพุทธคยา ประเทศอินเดีย มีอายุกว่า 2,000 ปี ซึ่งนำเข้ามาปลูกเป็นต้นแรก ลำต้นวัดโดยรอบประมาณ 20 เมตร สูงประมาณ 30 เมตร มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 25 เมตร ตามตำนานกล่าวว่า พระเจ้าทวานัมปะยะดิษฐ์ เจ้าครองเมืองศรีมโหสถในสมัยขอมเรืองอำนาจทรงเลื่อมใสในพุทธศาสนา จึงได้ส่งคณะทูตเดินทางไปขอกิ่งต้นโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าประทับเมื่อคราวตรัสรู้ จากเจ้าผู้ครองนครปาตุลีบุตร ประเทศอินเดีย แล้วนำกิ่งโพธิ์นั้นมาปลูกที่วัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดปราจีนบุรี ในวันวิสาขบูชาจะมีงานนมัสการต้นพระศรีมหาโพธิ อายุของต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ์มีอายุเท่าใดไม่ปรากฏ แต่จากการเล่าสืบต่อกันมาว่าเมื่อคราวที่พระเจ้าตากพาไพร่พลหนีออกจากกรุง ศรีอยุธยามาทางด้านตะวันออกเพื่อหาหลักฐานที่มั่นในการกอบกู้กรุงศรีอยุธยา ได้ยกทัพข้ามแม่น้ำปราจีนบุรีผ่านมาทางชายดงศรีมหาโพธิ์มุ่งหน้าไปเมืองจันทบุรี พระเจ้าตากได้ยั้งทัพพักเหนื่อยไพร่พลที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธินี้ ต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ ประดิษฐานอยู่ภายในวัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี เป็นหน่อเนื้อเชื้อไขต้นโพธิ์ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า เป็นต้นไม้เพียงต้นเดียวที่กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานของชาติ เชื่อว่าเป็นต้นพระศรีมหาโพธิเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งการขุดตรวจใต้ฐานหลวงพ่ออิฐ ในบริเวณวัดได้พบอิฐและศิลาแลงส่วนประกอบของโบราณสถานสมัยทวารวดี - ศรีมโหสถ ปราจีนบุรี ภาคตะวันออก แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
6 น้ำตกตะคร้อ ตั้งอยู่ที่บ้านตะคร้อ ตำบลบุฝ้าย น้ำตกตะคร้อ อยู่ห่างจากด่านตะคร้อ ประมาณ 500 เมตร เป็นน้ำตกที่มีลักษณะเป็นแก่งน้ำกว้าง มีสะพานแขวนทอดข้ามน้ำตกตะคร้อ ฝั่งซ้ายของลำธารเป็นเนินเขา ส่วนทางด้านฝั่งขวาเป็นป่าโปร่ง เหมาะแก่การพักผ่อน จากน้ำตกตะคร้อมีทางเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึง น้ำตกสลัดได เป็นน้ำตกที่มีความสวยงาม หากจะเดินทางเข้าไปชมน้ำตกสลัดไดควรติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทางจาก หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 10 ที่ตั้งอยู่บริเวณน้ำตกตะคร้อ บุฝ้าย ประจันตคาม ปราจีนบุรี ภาคตะวันออก แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
7 แก่งสลัดได สภาพเป็นแก่งน้ำไหลตามหุบเขา มีน้ำตกมากไหลเชี่ยวใน ฤดูฝน ผ่านแก่งหิน สองฟากมีเนินเขา เป็นป่าโปร่งสภาพเป็นแก่งน้ำไหลตามหุบเขาเทือกเขาใหญ่ มีน้ำไหลเชี่ยวเฉพาะหน้าฝน ไหลลดระดับตามแก่งหิน สองฝากมีเนินเขา และมีป่าโปร่งเหมาะแก่การเดินเล่นและพักผ่อน น้ำในแอ่งใสสะอาด สามารถลงเล่นได้ - ประจันตคาม ปราจีนบุรี ภาคตะวันออก แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
8 น้ำตกธารรัตนา เป็นน้ำตกที่มีสภาพเป็นแก่งน้ำไหลตามหุบเขาในเทือกเขาใหญ่ มีน้ำมากในช่วงฤดูฝน น้ำตกธารรัตนา เป็นน้ำตกเล็กๆ ที่เกิดจากคลองวังบอน มีต้นน้ำจากเขาสมอปูน ไหลลงสู่หุบเขา อยู่ในตำบลเนินหอม ห่างจากที่ว่าการเมืองปราจีนบุรีเพียง 25 กิโลเมตร ทางเข้าน้ำตกจะอยู่บนเส้นทางเขาใหญ่-ปราจีนบุรี ซึ่งจะมีป้ายบอกเส้นทาง ที่ใต้น้ำตกจะมีหุบเขากว้างใหญ่ มีน้ำตกชั้น และทุ่งดอกไม้ที่จะผลิดอกในช่วงฤดูดอกไม้ ซึ่งหุบเขานี้ไม่มีทางเดินป่า จึงยากแก่การเข้าไป - เมืองปราจีนบุรี ปราจีนบุรี ภาคตะวันออก แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
9 ปราสาทหินศิลาแลง ปราสาทหินศิลาแลงสมัยโบราณ ซึ่งคนสมัยโบราณนำมาสร้างเป็นบ้าน ซึ่งขณะนี้พังทลายให้เห็นแต่สภาพหินศิลาแลงก้อนขนาดใหญ่ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ ทั้งสิ้น ทางเข้ามา หาดนางแก้ว กบินทร์บุรี ปราจีนบุรี ภาคตะวันออก แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
10 เส้นทางที่ 4 เหวสุวัต-ทุ่งหญ้าเขาแหลม เดินลัดเลาะไปตามลำคลองนางรองผ่านกลุ่มน้ำตก ไทรยองหิน ถ้ำค้างคาว ชมน้ำตกเหวมหศักดิ์ และเดินกลับเส้นทางเดิม ระยะทาง 4 กิโลเมตร ใช้เวลา 1 วัน - ประจันตคาม ปราจีนบุรี ภาคตะวันออก แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
11 น้ำตกเวฬุวัน เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่มีหน้าผาสูง ประมาณ 80 เมตรนักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นกีฬาปีหน้าผา บุพราหมณ์ นาดี ปราจีนบุรี ภาคตะวันออก แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
12 น้ำตกหนองตะแบก น้ำตกหนองตะแบก อีกสายน้ำตกที่อยู่ท่ามกลางป่าสงวนและไม่ค่อยจะมีใครเข้าไปถึง ยกเว้นคนตัดไม้ น้ำตกแห่งนี้ อยู่อีกฟากหนึ่งของน้ำตกบ่อทองและน้ำตกเหวนกกก คืออยู่บริเวณตอนต้นน้ำของแก่งหินเพิง มีระยะทางประมาณ กิโลเมตร เมื่อเข้าถึงทางเข้าซึ่งเป็นบริเวณป่าสงวนเช่นกัน จะต้องเดินเท้าต่อไป โดยทางเดินช่วงก่อนถึงบริเวณน้ำตกจะเป็นทางดินเท้าที่ค่อนข้างกว้างสะดวกสบาย ขนานไปกับลำธารน้ำตกและจะได้ยินเสียงน้ำไหลเป็นบางช่วง จนกระทั่งเดินถึงน้ำตก ซึ่งต้องอาศัยฟังเสียงการไหลของน้ำตก จึงจะค่อย ๆ บุกป่า ฝ่าเข้าถึง รวมระยะทางเดินเท้าประมาณ 1 กิโลเมตร เมื่อมาถึงสามารถลงเล่นน้ำที่ไหลลดหลั่นลงมาเหมือนสายน้ำที่ไหลลงจากฝายน้ำล้นในเขื่อนชลประทานต่าง ๆ นั่นเอง สะพานหิน นาดี ปราจีนบุรี ภาคตะวันออก แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
13 น้ำตกห้วยคำภู น้ำตกห้วยคำภู เป็นน้ำตกที่อยู่ในท้องที่ของตำบลทุ่งโพธิ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุ รีโดยใช้ระยะทางห่างจากถนนสาย 304 ประมาณ 20 กิโลเมตร น้ำตกมีลักษณะเป็นลำธารที่มีน้ำไหลลดหลั่นกันมาเป็นชั้น ๆ ด้านล่างเป็นฝายน้ำล้น เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจในช่วงวันหยุด นาดี นาดี ปราจีนบุรี ภาคตะวันออก แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
14 น้ำตกหินดาด เป็นต้นลำน้ำบางปะกงเป็นลำธารป่าละเมาะ ลำธารน้ำใสสวยงาม - นาดี ปราจีนบุรี ภาคตะวันออก แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
15 อุทยานแห่งชาติทับลาน สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์และมีป่าลาน ซึ่งหาดูได้ยาก เป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำ ลำธารต่างๆ และมีธรรมชาติที่สวยงาม เช่น หุบผา หน้าผา น้ำตก เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีเนื้อที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ คือ มีเนื้อที่ประมาณ 1,397,375ไร่ หรือ 2,235.80 ตารางกิโลเมตร บุพราหมณ์ นาดี ปราจีนบุรี ภาคตะวันออก แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
16 อ่างเก็บน้ำทับลาน เกิดจากการสร้างเขื่อนชลประทานเก็บกักน้ำ เป็นทะเลสาบกว้างใหญ่ เป็นอ่างเก็บน้ำที่มีความสวยงามล้อมรอบไปด้วยภูเขาสูง บริเวณรอบๆ สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกหลากหลาย เหมาะสำหรับนักสำรวจและผู้ที่ชื่นชอบความเป็นธรรมชาติ อากาศเย็นสบายเหมาะแก่การพักผ่อน บุพราหมณ์ นาดี ปราจีนบุรี ภาคตะวันออก แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
17 พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดบางแตน ตั้งอยู่ริมฝั่งซ้ายของแม่น้ำบางปะกง เดิมชื่อวัดสีลาดสัดทาทำ เป็นวัดเก่าแก่ก่อตั้งมานานกว่า 200 ปี พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดบางแตน แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นอาคารถาวร 2 ชั้น จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้และศิลปวัตถุต่างๆ ของวัด เช่น พระพุทธรูป เรือบิณฑบาตที่รัชกาลที่ 5 พระราชทานให้อดีตเจ้าอาวาสวัดบางแตน ตลอดจนเครื่องปั้นดินเผา เครื่องจักสาน ตะเกียงเจ้าพายุ อีกส่วนหนึ่งเป็นโรงไม้ยาวที่จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้าน แบ่งตามการใช้สอย เช่น เครื่องมือทำนา เครื่องมือหาปลาและเรือยาว ที่บอกเล่าสภาพการดำรงชีวิตของชาวบางแตนในอดีต ด้วยเหตุนี้พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดบางแตนจึงเป็นแหล่งความรู้ประจำท้องถิ่น ที่ให้การศึกษาให้ทราบถึงตัวตนของบ้านบางแตนทั้งภายในและภายนอก บางแตน บ้านสร้าง ปราจีนบุรี ภาคตะวันออก แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
18 หมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับ บ้านดงบัง ได้รับการคัดเลือกจากจังหวังหวัดปราจีณบุรีให้เป็นหมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ 6 รอบ พระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม2547 หมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับบ้านดงบัง นอกจากจะเป็นแหล่ง สร้างรายได้ สร้างอาชีพให้คนในจังหวัดปราจีนบุรีแล้วยังส่งเสริมและ พัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สำคัญแห่งใหม่ของจังหวัดอีกด้วย บริเวณถนนตลอดแนวที่มุ่งหน้าไปยัง ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวสองฝากฝั่งถนนถูกประดับประดาไปด้วยพันธุ์ไม้นานาพันธุ์ หลากหลายสายพันธุ์ นักท่องเที่ยวสามารถขับรถชมและเลือกชื้อเป็นของฝากกลับบ้านได้อีกด้วย ดงขี้เหล็ก เมืองปราจีนบุรี ปราจีนบุรี ภาคตะวันออก แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
19 หมู่บ้านหัตถกรรมไม้ไผ่ การทำผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่นั้น เกษตรกรที่บ้านต้นและบ้านโง้ง ตำบลโพธิ์งาม อำเภอประจันตคาม ผลิตกันมาช้านานแล้วโดยใช้ไม้ไผ่ตามหมู่บ้าน หรือจากหมู่บ้านใกล้เคียง ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้ซื้ออย่างกว้างขวาง ผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ที่ผลิตอยู่ในปัจจุบันนี้ ได้แก่ ชุดรับแขก ชั้นวางของ บันได และแคร่นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์จากเถาวัลย์ป่า ประดิษฐ์เป็นเครื่องใช้ต่างๆ โพธิ์งาม ประจันตคาม ปราจีนบุรี ภาคตะวันออก แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
20 วัดแก้วพิจิตร เป็นวัดเก่าแก่สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2422 ในราวรัชกาลที่ 4 ต่อมาในปี พ.ศ. 2461 ได้สร้างพระอุโบสถเพิ่มเติม จึงมีลักษณะทางสถาปัตยกรรม และลวดลายประดับอาคารประสมประสานระหว่างศิลปไทย จีน ยุโรป และเขมร สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ได้แก่ พระอุโบสถที่ฝาผนังด้านนอกมีภาพปูนปั้นเรื่องรามเกียรติ์ ตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์ ภายในพระอุโบสถมีภาพวาดบนแผ่นผ้าเกี่ยวกับเรื่องราวในพระพุทธศาสนา เช่น ทศชาติชาดก มารผจญ ทำโดยช่างหลวง ในรัชกาลที่ 6 ด้านหน้าพระอุโบสถมีอาคารเรียนหนังสือไทยนักธรรมบาลีเป็นอาคารคอนกรีต รูปสถูปโดม ศิลปกรีก หรือโรมันอยู่หลังหนึ่ง นอกจากนั้นภายในวัดแก้วพิจิตรยังมีหอพระไตรปิฎก และศาลาตรีมุขที่ท่าน้ำ บรรยากาศภายในวัดร่มรื่น หน้าเมือง เมืองปราจีนบุรี ปราจีนบุรี ภาคตะวันออก แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
ลิขสิทธิ์ © 2561 กรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism)
สนามกีฬาแห่งชาติ ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 เบอร์โทร : 0-2219-4010-7 แฟกซ์ : 0-2216-6906 อีเมล : [email protected]