ที่มา : กองพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
ข้อมูล ณ วันที่ 1 เมษายน 2561
ลำดับ ชื่อแหล่งท่องเที่ยว ประวัติความเป็นมา ตำบล/แขวง อำเภอ/เขต จังหวัด ภูมิภาค ประเภทแหล่งท่องเที่ยว
1 หมู่บ้านด่านเกวียน บ้านด่านเกวียน เป็นหมู่บ้านทำเครื่องปั้นดินเผา ที่มีชื่อเสียงมาก อยู่ในตำบลด่านเกวียน อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา อยู่ห่างจากตังเมือง 15 กิโลเมตร ตามทางหลวงสาย 224 (นครราชสีมา-โชคชัย) ผ่านกลางหมู่บ้าน ความเป็นมา เดิมบริเวณหมู่บ้านด่านเกวียน จะมีพ่อค้าจากนางรอง บุรีรัมย์ สุรินทร์ ขุนหาญ ขุขันธ์ เรื่อยไปจนถึงเขมร เดินทางเข้ามาติดต่อค้าขายกับพ่อค้าชาวโคราช หรือ นครราชสีมาในปัจจุบัน และมักพักกองคาราวานเกวียนกันเป็นประจำ จนได้ชื่อว่า หมู่บ้านด่านเกวียน จากเดิมที่มีพ่อค้าเดินทางมาค้าขาย และพักกองคาราวานเกวียนกันอยู่ที่หมู่บ้านด่านเกวียน พ่อค้าเหล่านั้น มักนำดินจากสองฟากฝั่งลำน้ำมูล มาทำภาชนะ ใช้สอยต่างๆ เช่น โอ่ง อ่าง ไหปลาร้า ฯลฯ โดยได้ทำสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ปัจจุบันด่านเกวียนมีชื่อเสียงมากในฐานะที่เป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาได้สวยงาม ด้วยคุณภาพพิเศษของภาชนะ ทั้งในด้านสีสันความคงทันต่อการใช้งาน จึงทำให้ภาชนะด่านเกวียนเป็นที่นิยมชมชอบของผู้คนจนได้รับการเผยแพร่มากขึ้นเป็นลำดับ และกลายเป็นศูนย์เรียนรู้ให้กับเยาวชนและผู้ที่สนใจ ได้เข้าไปศึกษาดูงานอยู่เป็นประจำ เครื่องปั้นดินเผาบ้านด่านเกวียน เป็นดินเหนียวเนื้อละเอียดที่ขุดขึ้นมาจากริมฝั่งแม่น้ำมูล เป็นดินที่มีลักษณะพิเศษ ง่ายต่อการขึ้นรูป ทนทานต่อการเผาไม่บิดเบี้ยวหรือแตกหักง่าย และเมื่อถูกเผาจะให้สีโดยธรรมชาติเป็นสีแดง เครื่องปั้นดินเผาบ้านด่านเกวียน นอกจากจะผลิตได้สวยงามแล้ว ยังมีรูปแบบที่แปลกและหลากหลาย แต่ยังคงลักษณะดั้งเดิมของกรรมวิธีในการปั้น และใช้ดินสัมฤทธิ์ที่มีเอกลักษณ์ของสีแบบดินเผาด่านเกวียนโดยเฉพาะ เครื่องปั้นดินเผาที่ด่านเกวียนมีราคาถูกมาก หลากหลายรูปแบบ มีทั้งงานเครื่องปั้นดินเผาแบบดั้งเดิมและรูปแบบสมัยใหม่ มีทั้งเครื่องใช้ เครื่องประดับ เครื่องตกแต่งบ้าน ฯลฯ ด่านเกวียนมีชื่อเสียงด้านผลงานปั้นดินเผาขนาดใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันก็มีเครื่องปั้นดินเผาขนาดต่างๆ หลากหลายประเภทและรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นของประดับของที่ระลึกราคาไม่กี่บาทจนถึงเครื่องใช้ ของตกแต่ง ทั้งภายในและภายนอกราคานับแสน ปัจจุบันชาวด่านเกวียน ได้มีการปรับปรุงกระบวนการผลิตในครัวเรือนคราวละจำนวนน้อยสู่ระบบการผลิตคราวละจำนวนมาก โดยช่างปั้นที่มีฝีมือ ด่านเกวียนได้รับเลือกให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP (OTOP Tourism Village) จึงเป็นที่ไว้วางใจได้เกี่ยวกับคุณภาพของสินค้าและมาตรฐานของการบริการ ด่านเกวียน โชคชัย นครราชสีมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
2 ประตูชุมพล ประตูชุมพล ตั้งอยู่ด้านหลังอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี สมเด็จพระนารายณ์มหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมืองนครราชสีมา เป็นเมืองหน้าด่านเมื่อ พ.ศ. 2199 อันเป็นปีที่พระองค์เสด็จขึ้นครองกรุงศรีอยุธยา และสร้างกำแพงประตูเมืองอย่างแข็งแรง โดยมีช่างชาวฝรั่งเศส ซึ่งเป็นมิตรประเทศกับกรุงศรีอยุธยาในขณะนั้น เป็นผู้ออกแบบผังเมือง เมืองนครราชสีมาในขณะนั้นมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 1,000 x 1,700 เมตร เดิมมีประตูเมืองทั้งหมด 4 ประตู ได้แก่ ประตูพลแสนด้านทิศเหนือ ประตูพลล้านด้านทิศตะวันออก ประตูไชยณรงค์ด้านทิศใต้ และประตูชุมพลด้านทิศตะวันตก ปัจจุบันเหลือเพียงประตูชุมพลเท่านั้นที่เป็นประตูเมืองเก่า ส่วนอีกสามประตูได้สร้างขึ้นใหม่ ลักษณะประตูชุมพลเป็นประตูเชิงเทิน ก่อด้วยหินก้อนใหญ่และอิฐ ฉาบด้วยปูน ส่วนบนเป็นหอรบสร้างด้วยไม้แก่นหลังคามุงกระเบื้อง ประดับด้วยช่อฟ้า กระจังและนาคสะดุ้ง กำแพงต่อจากประตูทั้งสองข้าง ก่อด้วยอิฐ ส่วนบนสุดทำเป็นรูปใบเสมา เชื่อกันว่าหากลอดประตูนี้ 1 ครั้ง จะได้กลับมาโคราชอีกในไม่ช้า ถ้าลอด 2 ครั้ง จะได้ทำงานหรือมาอยู่ที่โคราช แต่ถ้าลอดถึง 3 ครั้ง ก็จะได้คู่ครองเป็นคนโคราช ประตูชุมพลในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมืองนครราชสีมามีผังเมืองเป็น รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ล้อมรอบด้วยคูน้ำและกำแพง มีการสร้างประตูเมือง 4 ประตู โดยปัจจุบันคงเหลือแต่ประตูชุมพลทางทิศตะวันตกของเมืองเท่านั้นที่เป็นประตูเดิม ส่วนอีกสามประตู คือ ประตูพลล้านด้านทิศตะวันออก ประตูพลแสนหรือประตูน้ำด้านทิศเหนือ และประตูชัยณรงค์หรือประตูผีด้านทิศใต้ ได้มีการสร้างขึ้นใหม่แทนประตูเดิม ความพิเศษของประตูชุมพล คือ ตรงเหนือช่องประตู จะมีเรือนไม้หลังเล็กๆ เป็นเรือนแบบไทยมีหลังคามุงกระเบื้อง ประดับด้วยช่อฟ้าใบระกา เรียกว่า “หอรบ” เอาไว้สำหรับบัญชาการรบ ส่วนของกำแพงที่ต่อไปทั้งสองข้างส่วนบนทำเป็นรูปใบเสมา ใต้ใบเสมาเจาะช่องเป็นรูปกากบาทเพื่อใช้ลอบดูข้าศึกด้านนอก และมีบันไดขึ้นหอรบ กำแพงเมืองนี้แต่เดิมได้สร้าง ล้อมรอบเมืองโคราช โดยมีคูน้ำคู่ขนานกันไปเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเป็นปราการอันแข็งแกร่ง เพื่อปกป้องเมืองโคราชจากข้าศึกศัตรูมาหลายยุคหลายสมัย ในเมือง เมืองนครราชสีมา นครราชสีมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
3 อนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ บริเวณที่โล่งแห่งนี้เคยเป็นสนามรบระหว่างชาวโคราชและทหารลาวเมื่อครั้งสงครามเจ้าอนุวงศ์ในสมัยรัชกาลที่ 3 ปัจจุบันมีการสร้าง ศาลสถิตย์ดวงวิญญาณนางสาวบุญเหลือและวีรชน” ซึ่งชาวบ้านสัมฤทธิ์ร่วมกันสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2531 เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ดวงวิญญาณของนาวสาวบุญเหลือและวีรชนชาวโคราชที่ได้ทำการต่อสู้กับกองทัพลาวจนได้ชัยชนะ มีการจัดงานฉลองและรำลึกถึงวีรกรรมทุกปี ระหว่างวันที่ 3-5 มีนาคม สัมฤทธิ์ พิมาย นครราชสีมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
4 แม่น้ำมูล สวนแสงเพชร-สวนดอกไม้ (ล่องเรือชม) นั่งเรือตกปลาริมฝั่งแม่น้ำมูล ชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำมูลผ่านแม่น้ำสองสี สะพานรถไฟข้ามแม่น้ำมูลสร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 สวนดอกไม้บ้านช่องโคชาวบ้านตำบลท่าช้าง ท่าช้าง เฉลิมพระเกียรติ นครราชสีมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
5 จุดชมวิว กม.30 (อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่) สามารถมองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนกว้างไกลสุดสายตา แต่ละทิวเทือกล้วนบอกเล่าประวัติศาสตร์แห่งธรรมชาติ ความเป็นมา การก่อกำเนิด พร้อมซ่อนปริศนาทางธรณีวิทยาไว้รอวันให้มนุษย์รุ่นแล้วรุ่นเล่าค้นหาตำนานแห่งขุนเขาและจุดแรกเริ่มของการก่อกำเนิดอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ในปัจจุบัน หากเดินทางขึ้นสู่เขาใหญ่ตามเส้นทางด้านอำเภอปากช่อง ถนนจะพาเลาะเลียบขึ้นลงไปตามป่าเขาจนถึง กม. 30 จุดชมวิวจุดแรกที่นักท่องเที่ยวมักจะแวะชื่นชมความงามของขุนเขาด้านทิศเหนือของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จากจุดชมวิวมองไปทางทิศเหนือ สามารถชมลักษณะภูมิประเทศ ความสูงต่ำของพื้นที่จริงเปรียบเทียบกับแผนที่ภูมิประเทศ ซึ่งได้จำลองลักษณะภูเขา หุบเขา ทางน้ำ ที่ราบ หรือลักษณะสัณฐานอันเกิดจากหินต่างชนิดและต่างอายุกัน รวมทั้งสิ่งก่อสร้างโดยมนุษย์เอาไว้เป็นแผนที่สองมิติแนวเขาที่มองเห็นไกลสุดแนวสายตาเป็นลักษณะหน้าผา มียอดเขาสูงแหลมตั้งชัน บางบริเวณเว้าแหว่ง บางบริเวณเห็นเป็นผาสีน้ำตาลคล้ายถ้ำเป็นแนวของเขาแผงม้า เขาผาแจง เขาวังหินเขาถ้ำดิน ซึ่งเป็นเขาหินปูนยุคเพอร์เมียน (299-251 ล้านปี) ถัดเข้ามาต่อเนื่องจนถึงบริเวณจุดชมวิวเป็นเทือกเขาหินภูเขาไฟยุคเพอร์โมไทรแอสซิกสามารถมองเห็นลักษณะหน้าผาชันที่เกิดจากแนวรอยเลื่อนปกติ (Normal fault) ตัดผ่านแนวสันเขาและร่องเขา การเคลื่อนที่ลงของหินส่วนที่อยู่บนระนาบรอยเลื่อนจะเปิดให้เห็นเป็นผาสามเหลี่ยม (Triangular facet) ที่ยังพอมองเห็นได้จากระยะไกล แม้ว่าจะมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมหนาแน่น และเมื่อมองลึกเข้าไปตามแนวตีนเขาจะเห็นลักษณะที่ราบน้ำท่วม (Flood plain) ของลำน้ำลำตะคองและลำน้ำสาขา หน้าผาสามเหลี่ยมบนภูเขาหินภูเขาไฟแนวเขาหินภูเขาไฟที่ถูกทางน้ำกัดเซาะตามธรรมชาติจะเกิดเป็นแนวสันเขาและหุบเขาเมื่อมีรอยเลื่อนปกติตัดผ่าน ส่วนที่อยู่บนระนาบของแนวรอยเลื่อนจะเคลื่อนตัวลงตามแรงโน้มถ่วงของโลกเปิดให้เห็นหน้าผาสามเหลี่ยมบนส่วนที่อยู่ใต้ระนาบรอยเลื่อนประติมากรรมธรรมชาติบนภูเขาหินปูนภูเขาหินปูนส่วนใหญ่เกิดจากการตกตะกอน ของสารประกอบแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) ในทะเลปะปนกับซากสัตว์ เช่น หอย ปะการัง หินปูนมีความแข็งมากกว่าเล็บมือเล็กน้อย และละลายได้ง่ายในน้ำกรด เมื่อถูกน้ำฝนที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนทำปฏิกิริยากัดกร่อนละลาย เขาหินปูนจึงเกิดเป็นหน้าผาสูงชัน ยอดเขาแหลม ตะปุ่มตะป่ำ หรือเกิดเป็นโพรงถ้ำแหว่งเว้าตามช่องทางที่น้ำแทรกผ่านไปได้ หากเดินทางมาจากฝั่งปราจีนบุรี จุดชมวิวนี้เป็นจุดแวะสุดท้ายก่อนจะลงจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ไปยังฝั่งอำเภอปากช่อง โดย ณ จุดนี้นักท่องเที่ยวมักนิยมแวะถ่ายภาพเป็นที่ระลึกก่อนลงจากเขาใหญ่ เนื่องจากจะเห็นวิวข้างหลังยาวออกเป็นเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนสวยงาม และในวันที่เงียบสงบ อาจเห็นนกหลายชนิดมาเกาะตามกิ่งไม้ในบริเวณนี้ ซึ่งจะมีช่างภาพมาตั้งกล้องถ่ายภาพนกอยู่บ้างเป็นบางครั้ง ดอนยาวใหญ่ โนนแดง นครราชสีมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
6 ประตูพลล้าน เมืองนครราชสีมาในขณะนั้นมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 1,000 x 1,700 เมตร เดิมมีประตูเมืองทั้งหมด 4 ประตู ได้แก่ ประตูพลแสนด้านทิศเหนือ ประตูพลล้านด้านทิศตะวันออก ประตูไชยณรงค์ด้านทิศใต้ และประตูชุมพลด้านทิศตะวันตก ในเมือง เมืองนครราชสีมา นครราชสีมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
7 ปราสาทพนมวัน ปราสาทพนมวัน ตั้งอยู่ที่บ้านมะค่า ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา มีเนื้อที่ประมาณ 206 ไร่ 56 ตารางวา ตั้งอยู่ในที่ราบล้อมรอบไปด้วยทุ่งนา ในส่วนที่ตั้งตัวปราสาทจะอยู่บนเนินสูงกว่าบริเวณโดยรอบ ทางด้านทิศเหนือ เป็นที่ดอนสูง เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านมะค่า ถัดลงมาทางใต้ประมาณ 200 เมตร มีร่องรอยของแนวคันดินโบราณ ทางด้านทิศตะวันออก เป็นบารายขนาดใหญ่ขนาด 200 x 400 เมตร ชาวบ้านเรียกว่าสระเพลง ใกล้บารายมีเนินโบราณอีกแห่งหนึ่ง เรียกว่าเนินอรพิม ทางด้านทิศใต้มีแนวของลำน้ำธรรมชาติที่ชื่อว่าลำบริบูรณ์ไหลมาจากเทือกเขาในอำเภอปากช่อง ไหลไปที่อำเภอจักราช ทางด้านทิศตะวันตกเป็นแนวทุ่งนาล้อมรอบ มีลำน้ำสาขาของลำบริบูรณ์ตัดผ่าน ห่างออกไปจากลำน้ำสาขานี้ประมาณ 200 เมตร เป็นเนินดินขนาดใหญ่ ที่พบโบราณวัตถุจากเศษภาชนะดินเผาเป็นจำนวนมาก เรียกว่าเนินกระเบื้อง และเนินตาขันธ์ บ้านโพธิ์ เมืองนครราชสีมา นครราชสีมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
8 อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เป็นอนุสรณ์แด่วีรกรรมอันกล้าหาญของวีรสตรีไทย หรือย่าโม ซึ่งเป็นชื่อที่เรียกกันติดปากโดยทั่วไป สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2476 ตั้งอยู่กลางเมือง ชาวต่างถิ่นที่แวะมาเยือนและชาวเมืองโคราชนิยมมาสักการะและขอพรจากย่าโมเสมอ อนุสาวรรีย์หล่อด้วยทองแดงรมดำ สูง 1.58 เมตร หนัก 325 กิโลกรัม แต่งกายด้วยเครื่องยศพระราชทานในท่ายืน มือขวากุมดาบ ปลายดาบจรดพื้น มือซ้ายท้าวสะเอว หันหน้าไปทางทิศตะวันตกซึ่งเป็นที่ตั้งของกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่บนฐานไพทีสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองซึ่งบรรจุอัฐิของท่าน ท้าวสุรนารีมีนามเดิมว่า คุณหญิงโม เป็นภรรยาปลัดเมืองนครราชสีมา เมื่อปี พ.ศ. 2369 เจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ได้ยกทัพเข้ายึดเมืองโคราช คุณหญิงโมได้รวบรวมชาวบ้านเข้าสู้รบและต่อต้านกองทัพเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ไม่ให้ยกมาตีกรุงเทพฯได้เป็นผลสำเร็จ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาคุณหญิงโมเป็นท้าวสุรนารี ประชาชนพร้อมใจกันจัดงานเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารีขึ้น ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึงวันที่ 3 เมษายน เป็นประจำทุกปีเพื่อเป็นการระลึกถึงคุณความดีของท่าน ในเมือง เมืองนครราชสีมา นครราชสีมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
9 วัดเขาจันทน์งาม ภาพเขียนสีในถ้ำเขาจันทน์งาม กลุ่มแรกเป็นภาพกลุ่มคน และสุนัข 1 แสดงลักษณะของเพศหญิงและชายเห็นได้ชัด ชมวัดเขาจันทร์งาม ลาดบัวขาว สีคิ้ว นครราชสีมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
10 ปรางค์พะโค ปรางค์พะโคเป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นในวัฒนธรรมเขมรปาปวนอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นปรางค์ที่ชาวบ้านยังให้ความสำคัญนับถือต่อกันมาโดยในวันสงกรานต์ จะนิมนต์พระตักบาตร เลี้ยงเพลและตั้งกองผ้าป่าทุกปี กระโทก โชคชัย นครราชสีมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
11 หมู่บ้านหลุ่งประดู่สามัคคี กลุ่มผู้ผลิตผ้าไหมแท้ โดยย้อมสีจากธรรมชาติ เช่น รากไม้ เปลือกไม้ ใบไม้ มีทั้งลายพื้นเรียบ ลายตาราง ผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคอ หมู่บ้านปลูกหม่อนเลี้ยงไหมหลุ่งประดู่สามัคคีเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่จะไปกับเพื่อนหรือท่องเที่ยวแบบครอบครัวก็ได้ ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 1 ต.หลุ่งประดู่ ที่หมู่บ้านแห่งนี้มีการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ทอผ้า ในลักษณะครบวงจร ชมกระบวนการฟอก ย้อมสีจากธรรมชาติและสีเคมี หลุ่งประดู่ ห้วยแถลง นครราชสีมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
12 โบราณสถานยอดปราสาทโนนหนึ่ง เป็นโบราณสถานที่สำคัญของอำเภอด่านขุนทด ที่ประชาชนยังคงให้ความสำคัญสืบต่อกันมา หินดาด ด่านขุนทด นครราชสีมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
13 น้ำตกวะภูแก้ว เป็นน้ำตกที่มาจากเขาใหญ่ จะมีน้ำเป็นฤดูกาล สูงเนิน สูงเนิน นครราชสีมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
14 วัดครบุรี เป็นวัดเก่าแก่ มีหลวงปู่นิล ซึ่งเป็นพระนักปฏิบัติธรรม เป็นที่เคารพของคนครบุรี และประชาชนทั่วไป ปัจจุบันหลวงปู่นิลมรณภาพแล้ว ครบุรีใต้ ครบุรี นครราชสีมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
15 วัดบ้านไร่ วัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เดิมเป็นสำนักสงฆ์มีมาตั้งแต่ พ.ศ.2436 โดยมีพระอาจารย์เชื่อม วิรโช เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก มีการสร้างศาสนสถานต่างๆ ขึ้นตามสมควร จนกระทั่งหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ ได้ธุดงค์กลับจากประเทศเขมรสู่ประเทศไทยกลับบ้านเกิดที่บ้านไร่ หลวงพ่อคูณเริ่มดำเนินการก่อสร้างถาวรวัตถุทางพระพุทธศาสนา เมื่อ พ.ศ.2496 เริ่มมีการสร้างอุโบสถ วัดบ้านไร่เป็นวัดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเป็นสถานที่จำพรรษาของหลวงพ่อคูณ ปริสทฺโธ เกจิอาจารย์ชื่อดังในแต่ละวันมีผู้คนจากทุกสารทิศเดินทางมานมัสการหลวงพ่อคูณกันเป็นจำนวนมากส่วนพุทธศาสนิกชนจากที่อื่นมักไปแสวงบุญในเวลากลางวันในแต่ละวัน ประมาณ 300 -500 คน และมีอุโบสถที่สวยงาม ชั้นล่างสร้างเป็นศาลาการเปรียญมีความยาว 40 เมตรกว้าง 29 เมตร ตัวบนสุดมีความยาว 24 เมตร กว้าง 8 เมตรพื้นที่ทั้งสองชั้นปูด้วยหินแกรนิต ผนังโบสถ์ และกำแพงแก้วก่อสร้างด้วยเซรามิกบานประตูหน้าต่าง ทุกช่องทำด้วยไม้เนื้อแข็งฝังมุกข์ กุดพิมาน ด่านขุนทด นครราชสีมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
16 วัดป่าหลักร้อย ตั้งอยู่ห่างจากจังหวัดนครราชสีมา ประมาณ 20 กม. เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางการศึกษา มีทั้งแดนนรก สวรรค์ และมนุษย์ มีเนื้อที่ 48 ไร่ และมีการออกร้านขายของที่เป็นฝีมือของชาวบ้าน เหมาะสำหรับเป็นของฝากได้ วัดป่าหลักร้อย มีความแตกต่างจากวัดอื่นๆ ตั้งอยู่ที่บ้านหลักร้อย ตำบลโนนไทย อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมาตั้งอยู่ห่างจากจังหวัดนครราชสีมา ไปตามถนนนครราชสีมา-โนนไทย-ชัยภูมิ (ทางหลวงหมาย เลย 205 ไปชัยภูมิ) จากแยกจอหอ (ทางหลวงหมายเลข 205 และ A 2) ใช้ระยะทางประมาณ 17.5 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 48 ไร่ ก่อนที่ถึงจะมีป้ายทางด้านซ้ายมือขนาดใหญ่พอประมาณเขียนว่า วัดป่าหลักร้อย” ให้เลี้ยวไปตามป้ายนั้น ไปทางเลี้ยวซ้าย ไปตามถนนเข้าหมู่บ้าน ประมาณ 2 กิโลเมตร ก็จะเห็นประตูทางเข้าวัดเป็นช้าง 2 เชือกขนาดใหญ่ งวงชูธรรมจักร และป้ายชื่อวัด ด้านข้างมีที่จอดรถกว้างขวางสามารถโดยสารขนาดใหญ่ได้หลายคัน และลานจำหน่ายสินค้าพื้นบ้าน และผลิตภัณฑ์ชุมชนฝีมือของชาวบ้าน ที่ชาวบ้านนำมาจำหน่ายเอง วัดป่าหลักร้อยเป็นวัดที่ฝึกสอนวิปัสสนากัมฐาน และเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรม โดยหลวงพ่อฉัน แต่ต่อมาหลวงพ่อฉัน ได้ไปเปิดศูนย์ปฏิบัติธรรมขึ้นใหม่เป็นการเฉพาะ ชื่อ วัดนิยมมาตา และตั้งเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมนิยมมาตา สามารถเข้าศึกษาได้ที่ http://www.niyommata.com/ วัดนิยมมาตา ห่างจากวัดหลักร้อยประมาณ 7 กิโลเมตร เพื่อให้ วัดหลักร้อยเป็นแหล่งศึกษา เรื่องของ บุญ –บาป นรก สวรรค์ และ เทพ เป็นจุดท่องเที่ยวทางการศึกษา มีทั้งแดนนรก สวรรค์ และมนุษย์ เทวดา ดังนั้น วัดนี้จึงเหมาะมากสำหรับคนที่ชอบไหว้พระ ทำบุญ หรือ ต้องการศึกษาธรรมะ หรือบุคคล ที่ไม่เชื่อเรื่องบาป-บุญ ไม่เชื่อเรื่องการผิดศีลหากไปที่ วัดป่าหลักร้อย อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา ก็จะทำให้ทราบและเกิดข้อคิดต่างๆ โดยที่ไม่ต้องมีใครอธิบาย เพราะวัดนี้ จะแตกต่างจากวัดอื่น ๆ ในจังหวัดนครราชสีมา ตรงที่ทั่วทั้งบริเวณวัด จะเต็มไปด้วยรูปปั้น ทั้งมนุษย์ สัตว์ เทวดา พยายม รวมทั้งเทวรูปต่างๆ ทั้งแบบอินเดีย และ จีน ที่ทางวัดจัดทำรูปปั้นซึ่งมีขนาดใหญ่ และใหญ่มาก จัดแสดงเป็นเรื่องๆ เกี่ยวกับการทำบาป หรือผิดศีลข้อต่างๆ การถูกลงโทษอยู่ในนรก และการที่ทำกรรมดีได้ไปขึ้นสวรรค์ ซึ่งทางวัดจะสื่อออกมาให้คนที่ไปเยี่ยมชม หรือไปทำบุญที่วัดได้ทราบ และจะได้รับรู้เกี่ยวกับผลของการทำกรรมดีและทำกรรมชั่ว ตามแนวทางความเชื่อในพระพุทธศาสนา ในแบบของรูปปั้น ที่สื่อออกมาจนเป็นแหล่งเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี และรู้จักกันแพร่หลาย ที่วัดนี้ จึงจะพบเห็นผู้ปกครองพาเด็กๆไปที่วัดแห่งนี้ เพื่อจะสอนให้เด็กๆทำความดี ไม่ทำบาป จะได้ไม่ตกนรก และได้ขึ้นสวรรค์ เพราะรูปปั้นจะเป็นตัวอย่างให้เด็กได้เห็นและเข้าใจง่ายว่าคนทำบาปจะโดนลงโทษอย่างไร วัดป่าหลักร้อย ก่อสร้างเป็นสำนักสงฆ์ขึ้น เมื่อปี 2520 ซึ่งถือเป็นวัดแห่งแรกของบ้านหลักร้อย และได้รับการอนุญาตให้เป็นวัดในปี 2527 เจ้าอาวาสเห็นพ้องกับชาวบ้านว่า เมื่อเป็นวัดก็ควรจะช่วยให้มีการสั่งสอนและอบรมชาวบ้าน เจ้าอาวาสจึงชักชวนชาวบ้านในหมู่บ้าน มาช่วยกันก่อสร้างรูปปั้นเปรต มนุษย์ เทวดา มีแดนนรก แดนสวรรค์ ดังกล่าว และหลังจากมีการสร้างเปรตตัวสูงโย่งเท่ายอดต้นไม้ขึ้นมา เพื่อสอนเกี่ยวกับผลจากการทำบาป โดยมีจุดประสงค์เพื่อสะท้อนภาพให้เห็นว่า การทำบาปได้รับผลตอบแทนอย่างไร ทำให้มีนักท่องเที่ยวศึกษาธรรมะ เดินทางมาที่วัดป่าหลักร้อย จนเป็นที่รู้จักและกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมะของจังหวัดนครราชสีมา อีกแห่งหนึ่ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งโบสถ์ที่สร้างอยู่สูงมากมีการตกแต่งสวยงามด้วยปูนปั้นดอกไม้นานาชนิด วิจิตรงดงาม เปรียบประดุจสรวงสวรรค์ นอกจากรูปปั้นต่างๆแล้ว ที่วัดหลักร้อย ยังมีเวทีจำลองการแสดงวิถีชีวิตชาวบ้านไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเวทีหมอลำ เวทีรำวง เวทีมวย หรือแม้แต่ลิง ชะนี ห้อยโหนข้ามหนองน้ำ ไม่ว่าจะเป็นเวทีหมอลำ เวทีรำวง หรือชะนีที่ห้อยโหน หากหยอดเหรียญลงไปก็จะมีเสียงร้อง และรูปปั้นลิง ชะนี หรือนางรำ ก็จะเต้น เคลื่อนไหวเป็นจังหวะ เรียกความสนุกสนาน บันเทิงผสมผสานไปกับการสอนธรรมะ เรื่องบาปบุญคุณโทษ โดยมีรูปปั้นซึ่งเป็นงานปูนปั้น แสดงปริศนาธรรมต่างๆ ที่ปั้นไว้มากมายเต็มบริเวณวัดหลักร้อย โดยมีการแบ่งเป็นแดนสวรรค์ - นรก และแต่ละรูปปั้นมีคำบรรยายว่าทำอะไรมา ผลที่ได้จะเป็นอย่างไร วัดนี้จึงได้ชื่อว่า เป็นอุทยานการศึกษาและเรียนรู้เรื่อง ธรรมะทางพระพุทธศาสนา - เฉลิมพระเกียรติ นครราชสีมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
17 วัดมะรุม วัดมะรุม เลขที่148 หมู่ที่ 7 ตำบลพลสงคราม อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา มีเนื้อที่ 45 ไร่ 2 งาน 13 ตารางวา วัดมะรุมได้ก่อตั้งขึ้นสมัยพระเจ้าทรงธรรมองค์ที่ 21 แห่งกรุงศรีอยุทธยา ราว ร.ศ.2163–ร.ศ.2171 พระเจ้าทรงธรรมทรงครองราชย์อยู่ 8 ปี วัดมะรุม สร้างขึ้นเป็นวัดเมื่อประมาณปี พ.ศ.2169 อุโบสถสร้างขึ้น พ.ศ. 2224 และทำการผูกพัทธสีมา เมื่อ พ.ศ. 2230 สมเด็จพระนารายณ์มหาราช กษัตริย์องค์ที่ 27 แห่งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ทรงครองราชย์ ราว ร.ศ.2199– ร.ศ. 2231 พระองค์ทรงครองราชย์อยู่ 32 ปี แต่ปัจจุบันนี้ อุโบสถหลังเก่าได้บูรณะเป็นวิหารเมื่อ พ.ศ. 2538 เพราะได้ก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่ขึ้น พ.ศ.2532 สิ้นการก่อสร้าง จำนวน 4 ล้านบาทเศษ และทำการผูกพัทธสีมา วันที่ 29 ม.ค.-6 ก.พ.2538 รวม 9 วัน 9 คืน โดยมีพระครูธีรธรรมพิทักษ์ (อ้าย ธมมธีโร) เป็นเจ้าอาวาส และเจ้าคณะตำบลพลสงคราม เมื่อผูกพัทธสีมาแล้ว หลวงพ่ออ้าย ก็ได้ก่อสร้างสถานีอนามัยมอบให้ชุมชนหนึ่งหลัง สิ้นงบประมาณ นับล้านบาท ต่อจากนั้นก็ได้ ก่อสร้างเจดีย์มัชวิรัตขึ้นอีก 1 หลัง สิ้นงบประมาณ 3,784,625 บาท บนเจดีย์สถานแห่งนี้ ได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จากประเทศอินเดีย คุณปู่มาก ศรีรัตน์ นำมาถวาย นับแต่นั้นก็ได้จัดงานปฏิธรรมไหว้พระธาตุ ในวันเพ็ญเดือน 3 มาฆบูชาทุกปี โดยเฉพาะปี พ.ศ.2550,2551 และ 2552 พระบรมสารีริกธาตุ ได้เกิดปรากฏการณ์ฉับพลันรังสี เปล่งรัศมีโชติช่วงฉัชวาลบนยอดเจดีย์สถาน สว่างไสว ไปทั่วบริเวณ มีผู้พบเห็นในปี 50 คือ คุณแม่ดี ขอแถมกลาง และ อบต.จรัส แก้วกลาง คุณแม่ดีท่านเล่าด้วยความปลาบปลื้มยินดีว่า พ่อแม่ยกนาให้เป็นทุ่งสองทุ่ง ยังไม่ปลื้มใจเท่าได้พบเห็นพระสารีริกธาตุ เป็นความรู้สึกที่มิอาจ เปรียบเทียบได้กับทรัพย์ภายนอก ด้วยประการทั้งปวงฯ เป็นสิ่งที่รู้ได้เฉพาะตนจริงๆ ปี พ.ศ. 2551 ผู้ที่ได้พบเห็น คือ คุณพ่อโอน ขอมีกลาง ในลักษณะเดียวกันกับคุณแม่ดี ได้พบเห็นและอีกส่วนหนึงที่ผู้ปฏิบัติธรรมได้พบเห็นเป็นอัศจรรย์ใจก็คือ วันปฏิบัติธรรมประจำปี พ.ศ. 2551 พระบรมสารีริกธาตุ ได้เสด็จมาเกือบเต็มผอบ ไวยาวัจกรเสถียร จึงปรึกษานักปฏิบัติธรรมว่า เราน่าจะไปบูชาผอบใบใหม่ มาใส่พระบรมสารีริกธาตุ จากนั้นจึงได้ไปบูชาผอบใบใหม่มา เพื่อทำการบรรจุพระธาตุ ขณะที่พระครูประโชติชัยคุณ เจ้าอาวาสวัดมะรุม กำลังเตรียมการบรรจุพระธาตุ ซึ่งได้แก้ห่อกระดาษที่หุ้มผอบออกทันใดนั้น ก็เกิดเสียงดังกึกก้องกัมปนาท นักปฏิบัติธรรมที่กำลังสวดบทพระพุทธเจ้าชนะมาร ก็พากันตกอกตกใจหยุดสวดมนต์ไปชั่วขณะ เป็นเวลาเดียวกับที่พระครูได้แก้ห่อภาชนะออกพอดี ปรากฏว่าในผอบนั้น มีพระธาตุเสด็จเข้าไปอยู่แล้ว 5 พระองค์ เกิดความสะเทิ้นสะท้านหวั่นไหว ให้แก่ไวยาวัจกรเสถียรเป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าภาชนะผอบนี้ เป็นของใหม่ ได้บูชามากับมือยังถือใว้ให้เขาห่อก็ไม่มีอะไร แต่ไฉนพระบรมสารีริกธาตุ ท่านเสด็จเข้าเองเช่นนี้ ผู้ที่ปฏิบัติธรรม ต่างพากันเกิดอัศจรรย์ใจเป็นการใหญ่ และได้ สวดบทสรรเสริญพระพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ จนการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เสร็จสิ้นในปีนั้น และการปฏิบัติธรรมประจำปี 2552 วันเพ็ญเดือน 3 พระบรมสารีริกธาตุ ก็ได้เกิดปรากฏการณืในหมู่นักปฏิบัติธรรม เวลา 15.30 น เสียงสัญญานฆ้องได้ดังกึกก้อง(เสียงทิพย์) ณ สถานที่ปฏิบัติธรรมเป็นเวลาเดียวกับนักปฏิบัติธรรมกำลังนั่งสมาธิอยู่ในช่วง สุดท้าย ของการปฏิบัติธรรมในวันสุดท้า เพื่อเป็นการอัญเชิญเสด็จกลับพระบรมสารีริกธาตุ ขึ้นไปสู่ประดิษฐานบนเจดีย์สถานชั้นที่ 6 โดยได้กำหนดเวลาไว้ให้เข้าสู่ที่ประชุม 16.00 น. แต่เสียงอาณัติสัญญาณก็ดังขึ้นก่อนเวลา คณะผู้ปฏิบัติธรรมต่างพากันรีบมา ณ ที่ประชุม แต่เมื่อสอบถามกันและกันแล้ว ก็หาผู้ตีฆ้องไม่ได้ แม้คนงานที่ทำงานอยู่ใกล้ๆ กับฆ้อง ก็บอกว่าไม่มีใครตีฆ้องด้วยประการใดๆ ยังความอัศจรรย์ใจแก่ผู้ปฏิบัติธรรมยิ่งนัก วัดมะรุม เป็นวัดที่เก่าแก่วัดหนึ่ง ซึ่งมีพระพุทธรูปที่สำคัญๆ อยู่หลายองค์ อาทิ เช่น หลวงพ่อศิลาแลงเป็นหินศิลา, หลวงปู่ดำตาเพชร เป็นพระประธานคู่กับหลวงพ่อศิลา ประจำอุโบสถวัดมะรุมตั้งแต่เดิม ตาท่านเป็นเพชร หลวงพ่อหริ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ องค์ที่นำมาประกอบพิธีสาบานตน หลวงตาโยยเกศคด เป็นองค์ทดแทนหลวงพ่อหริ่ง ถ้าอยากเห็นผลจริงโดยไว ต้องหลวงพ่อหริ่ง ถ้าเป็นสอนสั่งให้รู้ชั่วดี ต้องหลวงพ่อโยย พระพุทธรูปที่กล่าวมานี้ ล้วนเป็นพระพุทธรูปที่ทรงคุณค่าและความศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง น่าอัศจรรย์จริงๆ ครั้งหนึ่งหลวงปู่ดำ มีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ อยู่ใกล้กับโบสถ์ ถูกลมพัด โค่นล้มลง แต่ไม่ถูกโบสถ์เกิดอัศจรรย์แก่ผู้พบเห็น คนที่ไปในโบสถ์แล้วไม่เคารพไหว้ท่าน คนๆ นั้นถึงกับล้มลงชักดิ้นชักงอ ยิ่งในยามค่ำคืนยิ่งไม่มีใครกล้าเดิน หน้าโบสถ์เลย เพราะมี่เสานางตะเคียนตกน้ำมันอยู่หนึ่งคู่ เป็นเสาใหญ่ไม้เก่าหาดูยากฯ หลวงพ่อหริ่งเป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางมารวิชัย มีความศักดิ์สิทธ์อิทธิฤทธิ์สุดที่จะกล่าวอ้างให้จบสิ้นลงได้ ผู้คนต่างศรัทธาเลื่อมใสมากราบไหว้ ขอพรอยู่ไม่เว้นวัน หลวงพ่อหริ่ง สามารถดลบันดาลให้ท่านทั้งหลาย ผู้กราบไหว้ด้วยใจศรัทธาสมเจตนาทั่วหน้ากัน ครั้งหนึ่งนายเผด็จ แก้วหอม บ้านหนอง ได้นำสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 สิงหาคม 2550 มาให้หลวงพ่อเหยียบให้ โดยอธิษฐานจิตไว้ว่า ถ้าผมนายเผด็จ แก้วหอม ถูกรางวัลที่ 1 จะขอบวชถวายหลวงพ่อ 1 ปี และถวายปัจจัย ก่อสร้างกุฏิสงฆ์หลังใหม่ จำนวน 500,000 บาท ปรากฏว่าหมายเลขที่ออก ตรงตามนั้นทุกประการ นายเผด็จก็ได้ทำตามคำปฏิญาณนั้นทุกประการเช่นกันฯ มีโจรมาปล้นในหมู่บ้าน ขณะกำลังจะเข้าปล้นฝนก็ตกอย่างหนัก พวกโจรไม่สามารถปล้นได้จึงพากันหลบหนีไปก่อน เพื่อรอจังหวะเข้าปล้นใหม่ แต่เหตุการณ์ ก็ไม่อำนวยอีกเช่นเคย พวกโจรจึงพากันเดินทางกลับบ้าน แต่ไม่สามารถกลับบ้านได้ โดยไปหลงอยู่หลังวัด จึงถูกชาวบ้านรอบจับไว้ได้และทุบตีจนถึงแก่ความตาย ในสมัยกำนันราตรี ทองมาลัย ด้วยเหตุนี้ ประชาชนคนทั้งหลายต่างก็พากันโจดขานว่าเป็นด้วยอำนาจหลวงพ่อหริ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นแน่ จึงทำให้พวกโจรกลับบ้านไม่ถูก ครั้งหนึ่งพวกหัวขโมย ได้พากันมาลักเครื่องปั่นไฟวัด โดยจอดรถไว้ระยะที่ ห่างไกลออกไป แล้วพากันหามเครื่องปั่นไฟไป สิ้นระยะทางประมาณ 7 เส้น แต่เมื่อไปถึงแล้ว รถยนต์ไม่สามารถติดเครื่องได้ พวกหัวขโมยจึงพากันทิ้งเครื่องปั่นไฟไว้ แล้วเข็นไปเฉพาะรถยนต์ เรื่องราวความมหัศจรรย์ในองค์หลวงพ่อหริ่ง ยังมีอีกมากมายหลายหลวงนัก ไม่ว่าจะเป็นการขอเลิกเหล้าต่อหน้าหลวงพ่อ ขอหยุดการพนัน 3 ปี 5 ปี สามีภรรยาดื่มน้ำซื่อตรงตาอกัน ตลอดทั้งสาบานลงสมัครผู้ใหญ่ กำนัน ส.ท,ส.ข.,อ บ ต.,บริษัทห้างร้านพนักงาน อธิษฐานของหายแล้วได้คืน ต่างๆนาๆ เหล่านี้ มีอยู่ในองค์คุณความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อหริ่งจริงๆ ชายหญิงสามารถอธิษฐานจิตได้ด้วยตัวเอง เพ่งถึงกระแสจิต ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อหริ่งจริงๆ มีความศรัทธาเชื่อมั่นในตัวท่าน ขอให้ท่านได้ช่วยความเจ็บป่วยไม่สบายต่างๆนานา ในตัวเรา อันตัวเราคือภาชนะที่จะเข้าไปต่อเชื่อม หากเราบริสุทธิ์ด้วยกายวาจาใจ หากเราไม่มีบาปกรรมจนเกินไป ย่อมสัมฤทธิ์ผล อย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นคงไม่มีผู้คนพากันมากราบไหว้บูชา ขอพรหลวงพ่อหริ่ง เป็นจำนวนมาก เช่นปัจจุบันนี้ คนที่คิดดีทำดี หลวงพ่อย่อมรู้และเข้าใจ ท่านก็ให้ศีล ให้พรสมความปรารถนาทุกประการ ส่วนคนที่ฝ่าฝืนคำสาบานหรือทำในสิ่งไม่ดี ย่อมมีอันเป็นไปต่างๆนานา บางครั้งบุคคลที่ทำความผิดแล้ว เกิดสำนึกได้ก็มาขอขมา หลวงพ่อก็ให้อภัย บางคนถึงกับมาตายที่วัดก็เคยมี ด้วยคำสาบานของตนเอง ที่ได้กล่าวไว้ต่อหน้าหลวงพ่อ ว่าถ้าหากหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์จริง ขอให้ผมกลับมาตายต่อหน้าหลวงพ่อด้วยเถิด คนๆ นั้นก็กลับมาตายต่อหน้าหลวงพ่อจริงๆ เป็นสิ่งที่อภัยไม่ได้ ถ้าใครจะมาท้าทายลบหลู่ดูถูกคุณท่านเช่นนี้ ด้วยเหตุนี้ผู้คนทั้งหลาย ต่างชอบใจในองค์คุณความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อหริ่ง พลสงคราม โนนสูง นครราชสีมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
18 แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท บ้านปราสาทนับเป็นแหล่งโบราณคดีแห่งที่สองต่อจากบ้านเชียงที่ได้จัดทำในลักษณะพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง จากหลักฐานที่ค้นพบสันนิษฐานว่ามีชุมชนอาศัยอยู่ในบริเวณนี้มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงสมัยประวัติศาสตร์มีหลักฐานของกลุ่มวัฒนธรรมแบบทวารวดีและแบบเขมรโบราณ เป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดนครราชสีมา มีอายุราว 3,000 ปีเป็นที่รู้จักเพราะ นักค้าของเก่าลักลอบนำโบราณวัตถุในบริเวณหมู่บ้านไปขาย กรมศิลปากรจึงได้ดำเนินการจับกุมพร้อมกับส่งเจ้าหน้าที่ไปศึกษาแหล่ง โบราณคดีนี้ในปี 2526 พบว่าแหล่งโบราณคดีขนาดใหญ่ มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ 1 ชั้น มีลำธารปราสาทไหลผ่านด้านเหนือ มีมนุษย์มาตั้งชุมชนครั้งแรกราว 3,000 ปีมาแล้ว รู้จักการเพาะปลูกข้าวและเลี้ยงสัตว์ มีการใช้สำริดบ้างแต่ไม่แพร่หลาย ทำภาชนะดินเผาทรงปากแตรสีแดงขัดมันและมีการนำภาชนะดังกล่าวฝังร่วมกับศพด้วย ต่อมาในราว 2,200 ปี เกิดความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีสูงขึ้น โดยผลิตภาชนะดินเผาแบบพิมายดำขึ้นแทน มีการนำเหล็ก สำริด หินสีต่าง ๆ เช่น หินคาร์นีเลียน หินอเกต มาทำเครื่องใช้เครื่องประดับ จนราวพุทธศตวรรษที่ 16 จึงเริ่มรับวัฒนธรรมทวารวดีและเขมรเข้ามา แต่เป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ก่อนที่ชุมชนนี้จะสิ้นสุดไป ธารปราสาท โนนสูง นครราชสีมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
19 โฮมสเตย์บ้านปราสาท (แหล่งพักชุมชนบ้านปราสาท) ตำบลปราสาทประกอบด้วยหมู่บ้านปราสาทเหนือและบ้านประสาทใต้ซึ่งอยู่ติดกันแต่ชุมชนที่ทำโฮมสเตย์ คือ บ้านปราสาทใต้ จัดเป็นโฮมสเตย์ตัวอยย่างสำหรับการท่องเที่ยว ต่อมาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนำชาวต่างชาติไปพักค้างแรมเป็นครั้งคราวและทำเป็นกิจกรรมต่อเนื่องอย่างจริงจังเมื่อปี พ.ศ. 2539 อันต่อเนื่องจากการค้นพบแหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท ในปี 2534 ธารปราสาท โนนสูง นครราชสีมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
20 วัดดอนหันกุดจอก มีพระพุทธสัมโพธิญาณุตตโมภาส พระปรางค์นาคปรก สูง 24 เมตร หน้าตักกว้าง 14 เมตร นั่งสมาธิในดอกบัวใหญ่ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ที่พระเกตุ จำนวน 9 พระองค์ ณ วัดป่าบ้านดอนหัน-กุดจอก ต.กุดจอก อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา กุดจอก บัวใหญ่ นครราชสีมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
ลิขสิทธิ์ © 2561 กรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism)
สนามกีฬาแห่งชาติ ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 เบอร์โทร : 0-2219-4010-7 แฟกซ์ : 0-2216-6906 อีเมล : [email protected]