ที่มา : กองพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
ข้อมูล ณ วันที่ 1 เมษายน 2561
ลำดับ ชื่อแหล่งท่องเที่ยว ประวัติความเป็นมา ตำบล/แขวง อำเภอ/เขต จังหวัด ภูมิภาค ประเภทแหล่งท่องเที่ยว
1 ปราสาทหินเมืองต่ำ ปราสาทเมืองต่ำตั้งอยู่ที่ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัยเป็นปราสาทขอมที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามโดดเด่นน่าชมอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์ สำหรับประวัติความเป็นมาของปราสาทเมืองต่ำยังไม่ทราบแน่ชัด เพราะไม่พบหลักฐานที่แน่นอนว่าสร้างขึ้นเมื่อใด หรือใครเป็นผู้สร้าง มีลักษณะของศิลปะขอมแบบปาปวน ซึ่งมีอายุราว พ.ศ. 1508-1555 ปะปนอยู่ด้วย ภาพสลักส่วนใหญ่เป็นภาพเทพในศาสนาฮินดู จึงอาจกล่าวได้ว่า ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 - 17 เพื่อใช้เป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู จรเข้มาก ประโคนชัย บุรีรัมย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
2 เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝ่ายสัมพันธมิตรได้ใช้พื้นที่บริเวณนี้เป็นที่จอดเครื่องบินส่งเสบียงอาหาร เพราะมีทำเลและทัศนะวิสัยที่เหมาะสม เมื่อสงครามยุติทางราชการได้กำหนดพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่สาธารณะประโยชน์ซึ่งในเวลาต่อมาประชาชนได้ทำการบุกรุกพื้นที่ใช้ทำนาและปลูกสร้างบ้านเรือน ทางราชการเห็นว่าอำเภอประโคนชัย ยังขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภค ประกอบกับมีราษฎรเข้าไปบุกรุกพื้นที่มากขึ้น จึงมีความคิดที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำสนามบิน เพื่อหยุดการบุกรุกของราษฎรและเพื่อจะมีน้ำสำหรับใช้ต่อไป ประโคนชัย ประโคนชัย บุรีรัมย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
3 อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ปราสาทพนมรุ้งเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย มีการบูรณะก่อสร้างต่อเนื่องกันมาหลายสมัย ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 ถึงพุทธศตวรรษที่ 17 และในพุทธศตวรรษที่ 18 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอมได้หันมานับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน เทวสถานแห่งนี้จึงได้รับการดัดแปลงเป็นวัดมหายาน ในช่วงแรกปราสาทหินพนมรุ้ง สร้างขึ้นจากหินทรายสีชมพู ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้งสูง 1,320 ฟุต จากระดับน้ำทะเล ชื่อพนมรุ้งแปลว่าภูเขาใหญ่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 15-18 จารึกต่าง ๆ ที่นักวิชาการได้อ่านและแปลพอจะสรุปได้ว่า พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 3 กษัตริย์แห่งพระนคร (พ.ศ. 1487-1511) ได้สถาปนาเทวสถานถวายพระศิวะที่เขาพนมรุ้ง ซึ่งในสมัยแรก ๆ คงยังไม่ใหญ่โตนัก ต่อมาพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 (พ.ศ. 1511-1544) ได้ทรงอุทิศที่ดินและข้าทาสถวายแด่เทวสถานพนมรุ้ง ในสมัยพุทธศตวรรษที่ 17 นเรนทราทิตย์ เจ้านายแห่งราชวงศ์มหิธรปุระที่ปกครองดินแดนแถบนี้ (ซึ่งเป็นต้นตระกูลของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ผู้สร้างนครวัด) ได้สร้างปราสาทแห่งนี้ขึ้นและได้ทรงบำเพ็ญพรตเป็นโยคี ณ ปราสาทพนมรุ้ง ตาเป๊ก เฉลิมพระเกียรติ บุรีรัมย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
4 วัดเขาอังคาร วัดเขาพระอังคาร บ้านเจริญสุข ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ เป็นวัดที่สร้างมานานในยุคที่ขอมเรืองอำนาจแถวนี้ น่าจะสร้างในยุคเดียวกันกับปราสาทหินเขาพนมรุ้ง ส่วนสถาบัตยกรรมสิ่งก่อสร้างที่เห็นในวัดปัจจุบัน ส่วนใหญ่สร้างใหม่ทับของเก่า ตัววัดตั้งอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 3 ก.ม. ตั้งอยู่บนยอดเขาพระอังคารซึ่งสูงประมาณ 320 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีโบสถ์ที่ประยุกต์จากสถาปัตยกรรมหลายสมัย ดูสวยงามแปลกตา เป็นวัดที่สวยงามใหญ่โตแห่งหนึ่งของบุรีรัมย์ มีโบสถ์ ศาลา และอาคารต่างๆ เป็นวัดที่สร้างเลียนแบบสถาปัตยกรรมสมัยต่างๆ หลายรูปแบบงดงาม แปลกตาและน่าสนใจยิ่ง ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังและเรื่องราวพุทธชาดกเป็นภาษาอังกฤษด้วย บริเวณวัดเป็นปากปล่องภูเขาไฟคาดว่าเคยเป็นที่ตั้งของโบราณสถานสมัยทวารวดีเพราะเสมาหินแกะสลักสมัยดังกล่าวหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก เจริญสุข เฉลิมพระเกียรติ บุรีรัมย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
5 อนุสาวรีย์เราสู้ อนุสาวรีย์เราสู้ เป็นอีกอนุสาวรีย์หนึ่งที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงชาวบ้าน ตำรวจ ทหาร และผู้ที่เสียสละที่ช่วยกันปกป้องต่อสู้จากผู้ก่อการร้าย ที่เกิดขึ้นเมื่อครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา ต้องขอยกย่อง ชมเชยและเชิดชูเหล่าผู้เสียสละ ผู้กล้า ถึงวีรกรรมจึงทำให้เกิดอนุสาวรีย์เราสู้นี้ขึ้นมา เรื่องราวเกิดขึ้นก่อนปี พ.ศ.2508 ในห้วงเวลาที่เกิดความขัดแย้งทางด้านอุดมการณ์ทางการเมืองอย่างรุนแรง จนถึงขั้นใช้กำลังเข้าตัดสินปัญหา ได้มีการยุยงปลุกปั่นราษฎรให้เลื่อมใสในลัทธิคอมมิวนิสต์ เพื่อต่อต้านรัฐบาล ได้มีการสะสมกองกำลังขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และมีการก่อการร้ายเป็นระยะๆ จนเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2513 เมื่อรัฐบาลได้เริ่มโครงการก่อสร้างเส้นทางสายยุทธศาสตร์ สายละหานทราย-ตาพระยา (ทางหลวงหมายเลข 348) เชื่อมระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 61 อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ กับหลักกิโลเมตรที่ 118 อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ในปัจจุบันเป็นระยะทาง 57 กิโลเมตร ซึ่งการที่ทางรัฐบาลได้มีการก่อสร้างเส้นทางสายยุทธศาสตร์บุรีรัมย์นี้ ก็เพราะว่ามีความสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศด้านชายแดนไทย-กัมพูชา โดยต้องตัดผ่านเขตอิทธิพลของ ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) ทำให้ฝ่าย ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ต่อต้านขัดขวางการก่อสร้างสายนี้ทุกวิถีทาง ด้วยการวางทุ่นระเบิดอย่างหนาแน่น ทั้งดักซุ่มยิง ดักซุ่มโจมตีที่ตั้งกำลังทหารที่คุ้มกันการก่อสร้าง เหตุการณ์ได้ถึงจุดรุนแรงที่สุดในปี พ.ศ.2521 เป็นเหตุให้เกิดความสูญเสียทั้งเจ้าหน้าที่พลเรือน ตำรวจ ทหาร อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) และไทยอาสาป้องกันชาติ (ทสปช.) ทำให้ราษฎรในพื้นที่พากันรวบรวมกำลังพลด้วยความกล้าหาญ ความรักสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์อย่างห้าวหาญเส้นทางสายนี้จึงสำเร็จลงได้ แต่ก็ต้องสูญเสียชีวิตของเหล่าผู้กล้าถึง 108 คน บาดเจ็บ 222 คน ในจำนวนนี้ทุพพลภาพ 25 คน และ สูญเสียยานพาหนะ เครื่องมืออุปกรณ์ก่อสร้างรวม 23 คัน รวมระยะเวลาในการก่อสร้างนานถึง 5 ปี 8 เดือน สิ้นงบประมาณไปทั้งสิ้นถึง 72,010,053 บาท เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของประชาชน ตำรวจ ทหาร ที่เสียชีวิตจากการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายที่ขัดขวางการสร้างเส้นทางยุทธศาสตร์นี้ จึงได้มีการสร้าง “อนุสาวรีย์เราสู้” ขึ้นมาโดย ฯพณฯ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในขณะนั้น ได้เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์สร้าง “อนุสาวรีย์เราสู้” ขึ้นแห่งนี้ใช้เวลาก่อสร้างนาน 1 ปี ระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม 2522 ถึง 26 สิงหาคม 2523 สร้างในสมัย นายบำรุง สุขบุษย์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ โดย กอ.รมน.จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ร่วมกับข้าราชการและประชาชนชาวบุรีรัมย์ร่วมกันจัดสร้างขึ้น ณ ริมทางหลวงสายละหานทราย-ตาพระยา ที่ บ้านโนนดินแดง ต.โนนดินแดง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ห่างจากศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ 103 กิโลเมตร คำว่า “เราสู้” เป็นชื่อที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้ใช้ชื่อเพลงพระราชนิพนธ์ “เราสู้” มาใช้ โดยมีพิธีเปิดอนุสาวรีย์ไปเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2523 และได้ถือเอาวันที่ 27 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันรำลึกถึงอนุสาวรีย์เราสู้ ซึ่งทางจังหวัดและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดบุรีรัมย์ ได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศล และวางพวงมาลา เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้คนไทยรำลึกถึงวีรกรรมผู้กล้า เป็นประจำทุกปี โนนดินแดง โนนดินแดง บุรีรัมย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
6 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงใหญ่ อำเภอโนนดินแดง และอำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ มีเนื้อที่ 195,486 ไร่ หรือประมาณ 340 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน มีทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 348 ตัดผ่าน เป็นป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์แห่งสุดท้ายของจังหวัดบุรีรัมย์ และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญ ได้แก่ ห้วยลำนางรอง ห้วยลำปลายมาศ การประกาศพื้นที่อนุรักษ์เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัย หลบภัย ขยายพันธุ์ และประกอบกิจกรรมของสัตว์ป่า รักษาพันธุ์ไม้ชนิดต่าง ๆ ไว้ และช่วยรักษาแหล่งต้นน้ำลำธาร ที่หล่อเลี้ยงชีวิตชาวบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียงให้คงอยู่ตลอดไป ป่าดงใหญ่ มีพื้นที่ติดต่อกับป่าทับลาน ปางสีดา และตาพระยา ทำให้มีพื้นที่ป่าติดต่อกันเป็นบริเวณกว้างใหญ่ และผนวกเข้าเป็นผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ มรดกโลกทางธรรมแห่งที่ 2ของไทย ลักษณะพื้นที่มีทุ่งหญ้า แหล่งน้ำและดินโป่งกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ จึงทำให้มีสัตว์ป่าชุกชุม ที่สำคัญคือมีเลียงผา ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวน 1 ใน 15 ชนิดที่หายาก และมีสัตว์ป่าอีกหลายชนิดที่สำคัญ เช่น ช้างป่า กระทิง วัวแดง เสือ กวาง เก้ง หมี กระจง อีเห็น หมูป่า หมาใน แมวดาว เสือปลา ลิง ชะนี ฯลฯ สัตว์เลื้อยคลาน และนก ซึ่งมีมากกว่า 150 ชนิด ลำนางรอง โนนดินแดง บุรีรัมย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
7 เขื่อนลำนางรอง ตั้งแต่พ.ศ. 2520 เป็นต้นมา บริเวณพื้นที่อำเภอโนนดินแดง อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ผกค. ได้ขัดขวางการพัฒนาทุกรูปแบบ มีการต่อสู้ที่รุนแรงในพื้นที่มีการปล้นสะดมตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ราษฎรไม่สามารถออกไปทำกินนอกหมู่บ้านได้ ความรุนแรงของสถานการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุให้ ราษฎรที่กระจายกันทำกินอยู่ทั่วพื้นที่ อพยพเข้ามาอยู่ในบ้านโนนดินแดง ตำบลโนนดินแดง ก่อให้เกิดปัญหาความแออัดอดอยากทุกข์ยากแสนสาหัส ความได้ทรงทราบถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ เมื่อวันที่ 11 และ 31 ตุลาคม 2521 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้อธิบดีกรมชลประทานเข้าเฝ้าเพื่อรับพระราช ดำริเกี่ยวกับการพัฒนาลุ่มน้ำลำนางรองโดยทรงให้พิจารณาสร้าง เขื่อนลำนางรอง อ่างฯ คลองมะนาว อ่างฯ ลำปะเทีย อ่างฯ ลำจังหัน พร้อมสร้างระบบส่งน้ำ ต่อมา มีการลาดยางบนสันเขื่อนสำหรับชมทัศนียภาพเป็นที่เที่ยวที่มีชื่อเสียงในอำเภอโนนดินแดง บรรยากาศสวยงาม รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกและร้านอาหารประเภทปลาสดๆจากเขื่อนลำนางรองใน อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ด้วยทะเลสาบเหนือเขื่อนอันกว้างใหญ่ หาดทรายสวยงามบรรยากาศดี ชาวบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียงจึงนิยมพาครอบครัวไปพักผ่อน เล่นน้ำและรับประทานปลาสดจากเขื่อน โนนดินแดง โนนดินแดง บุรีรัมย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
8 ศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้ ศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้ เป็นสถานที่รวบรวมจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุอันมีค่าทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีและวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อให้ความรู้แก่ผู้สนใจและเป็นแหล่งข้อมูลเพื่อการค้นคว้าวิจัย นิทรรศการที่จัดแสดงมีหลากหลายหัวข้อ อาทิ แหล่งที่ตั้งชุมชนโบราณของจังหวัดบุรีรัมย์ประวัติศาสตร์จังหวัดบุรีรัมย์ ช้างกับส่วย ศาสนาและความเชื่อ ผ้าและวิถีชีวิต ห้องเตาเผาและเครื่องเคลือบบุรีรัมย์ และวิถีชีวิตชาวบุรีรัมย์ เช่น ลักษณะภายในครัวเรือน เครื่องมือในการทำมาหากิน และเครื่องดนตรีอีสาน เป็นต้น ในเมือง เมืองบุรีรัมย์ บุรีรัมย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
9 เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก สภาพพื้นที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ เป็นทะเลสาบน้ำจืด สร้างขึ้นเพื่อการชลประทานและการประปา มีพื้นที่ 3,876 ไร่ อยู่ใน ต.บ้านบัว ต.เสม็ด และ ต.สะแกโพรง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ มีทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพตามฤดูกาลมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากกว่า 170 ชนิด จึงเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่เหมาะสำหรับการดูนกและพักผ่อน บ้านบัว เมืองบุรีรัมย์ บุรีรัมย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
10 วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง ชื่อเดิมชาวบ้านเรียกเขากระโดงว่า พนมกระดอง เป็นภาษาเขมร แปลว่า ภูเขากระดอง (เต่า) เพราะมีรูปลักษณ์คล้ายกระดองเต่า ต่อมา จึงเรียกเพี้ยนเป็น กระโดง ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นปากปล่องภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว เฉกเช่นเดียวกับปากปล่องภูเขาไฟที่อื่นๆในจังหวัดบุรีรัมย์ อาทิเช่น ปากปล่องภูเขาไฟที่เขาพนมรุ้งปากปล่องภูเขาไฟที่เขาอังคาร โดยบริเวณใกล้เคียงกับวนอุทยานเขากระโดงมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงมาก คือ สนามฟุตบอล นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม ของทีมสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (Buriram United) ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวของวนอุทยานเขากระโดง มีดังนี้ วนอุทยานเขากระโดง เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟโบราณซึ่งยังคงปรากฏร่องรอยปากปล่องให้เห็นได้ชัดเจน มีลักษณะเป็นแอ่งลึกสามารถเดินชมศึกษาหินภูเขาไฟ ยอดสูงสุดประมาณ 265 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นที่ประดิษฐาน พระสุภัทรบพิตร พระพุทธรูปองค์ใหญ่คู่เมืองบุรีรัมย์ มีปรางค์กู่โบราณ ภายในประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง และสะพานแขวนซึ่งสามารถชมทัศนียภาพบริเวณปากปล่องภูเขาไฟได้ นอกจากนี้วนอุทยานยังมีพันธุ์ไม้พื้นเมืองน่าศึกษาหลายชนิดตัวอย่างเช่น ผลของต้นโยนีปีศาจ พันธุ์ไม้หายากที่มักพบในบริเวณเขตภูเขาไฟ การขึ้นไปยังเขากระโดงสามารถทำได้สองวิธี คือ เดินขึ้นบันได 297 ขั้น หรือ ขับรถขึ้นไปถึงยอดเขา ระหว่างทางจะพบพระพุทธรูปปางต่าง ๆ เรียงรายอยู่เป็นระยะ เสม็ด เมืองบุรีรัมย์ บุรีรัมย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
11 เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ในท้องที่ตำบลสะแกซำ อำเภอเมือง เก็บกักน้ำได้ตลอดปี มีศาลาให้ประชาชนได้พักผ่อนหย่อนใจ และยังมีสวนนก ตอนท้ายของอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด บริเวณนี้กำหนดเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเมื่อปี 2535 จากการสำรวจพบว่าในแต่ละปีมีนกชนิดต่างๆ มาอาศัยอยู่โดยรอบจำนวนกว่า 100 ชนิด โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-เมษายน จะมีฝูงนกมาอาศัยอยู่มากเป็นพิเศษ บางชนิดใกล้สูญพันธุ์และหาดูได้ยาก เช่น นกเป็ดหงส์ นกเป็ดก่า และนกกาบบัว ในบริเวณบ้านของคุณสวัสดิ์ คชเสนีย์ ได้จัดทำเป็นสวนนก และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เหมาะมาเที่ยวชมฝูงนกในยามเย็น ทุกวันเวลาประมาณ 17.00-18.00 น. จะมีฝูงนกยางสีขาวนับหมื่นตัวบินกลับรังเป็นภาพที่น่าชมมาก มีบริการรถชมรอบบริเวณ สะแกซำ เมืองบุรีรัมย์ บุรีรัมย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
12 ปราสาทหนองหงษ์ ปราสาทหนองหงส์ เป็นโบราณสถานขนาดเล็กประกอบด้วยปรางค์ 3 องค์ ก่อด้วยอิฐ ตั้งบนฐานก่อด้วยศิลาแลงต่อเนื่องเป็นฐานเดียวกัน หันหน้าไปทางทิศตะวันออกมีประตูเข้า-ออกทางด้านหน้าอีก 3 ด้าน เป็นประตูหลอก ปรางค์ทั้งสามมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้สิบสอง องค์กลางขนาดใหญ่กว่าสององค์ที่ขนาบข้าง แต่เดิมเคยมีทับหลังประดับจำหลักลายอย่างสวยงาม คือ องค์ทิศเหนือสลักเป็นรูปพระนารายณ์ทรงครุฑเหนือหน้ากาล ซึ่งมือยึดท่อนพวงมาลัยแวดล้อมด้วยลายพันธุ์พฤกษา อีก 2 องค์ที่เหลือ คือ องค์กลางและองค์ด้านทิศใต้ก็มีลักษณะคล้ายกันต่างกันที่ภาพตรงกลาง คือ ทับหลังปรางค์องค์กลางสลักเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ องค์ทิศใต้เป็นรูปพระอิศวรทรงโค ด้านหน้าของปรางค์องค์กลาง มีทางเดินยื่นยาวออกไป มีบันไดทางด้านหน้าและด้านข้างทั้งสอง นอกจากนี้ยังมีวิหารหรือบรรณาลัยอีก 1 หลัง ก่อด้วยศิลาแลงหันหน้าเข้าหาปรางค์องค์ทิศใต้ อาคารทั้งหมดล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง มีซุ้มประตูด้านหน้าและด้านหลัง มีคูน้ำรูปตัวยูล้อมรอบ การกำหนดอายุ สมัยของปราสาทนั้น กำหนดจากลักษณะการก่อสร้าง และศิลปกรรมที่พบซึ่งตรงกับศิลปะเขมรแบบบาปวน ซึ่งมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 โนนดินแดง โนนดินแดง บุรีรัมย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
13 ลานหินตัด เป็นสถานที่แห่งหนึ่งของประวัติศาสตร์ ที่เป็นหินศิลาทราย ซึ่งในปัจจุบันได้มีการปรับปรุงทางเดินเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังใช้เป็น สถานที่ที่ศึกษา ค้นคว้า และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ปราสาท บ้านกรวด บุรีรัมย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
14 พระบรมธาตุเจดีย์วัดเกาะแก้ว (วัดระหาน) วัดระหาน หรือวัดเกาะแก้วธุดงคสถาน ภายในวัดได้ประดิษฐานพระมหาธาตุรัตนเจดีย์ เพื่อเป็นปูชนียสถานระลึกถึงองค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า ลักษณะขององค์พระมหาเจดีย์ เป็นศิลปะประยุกต์ร่วมสมัย ความสูง 60 เมตร มี 4 ชั้น ชั้นที่ 1 ใช้ประโยชน์เป็นศาลาอเนกประสงค์ ชั้นที่ 2 เป็นสถานที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ชั้นที่ 3 เป็นอุโบสถ พิพิธภัณฑ์และที่ประดิษฐานรูปเหมือนของพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ชั้นที่ 4 เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งสมเด็จพระสังฆนายกฝ่ายสยามวงศ์ และพระอัครมหาบัณฑิต วิมละรัตนะ เจ้าอาวาสวัดศรีเวฬุวนาราม ประเทศศรีลังกา ได้ประทานพระบรมสารีริกธาตุและหน่อพระศรีมหาโพธิ์ แก่พระครูเขมคุณโสภณ (หลวงปู่จันทร์แรม เขมสิริ) เมื่อปี 2547 ส่วนต้นพระศรีมหาโพธิ์ได้ปลูกไว้ด้านหลังพระมหาธาตุรัตนเจดีย์ บ้านด่าน บ้านด่าน บุรีรัมย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
15 ปราสาทกุฏิฤๅษีบ้านหนองบัวราย ปราสาทกุฎิฤๅษี บ้านหนองบัวลาย เป็นปราสาทที่สร้างขึ้นมาในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งสันนิษฐานว่าปราสาทขนาดเล็กหลายแห่งในภาคอีสานของประเทศไทยที่สร้างด้วยศิลาแลงมีกำแพงล้อมรอบซึ่งมักเรียกว่า “กุฏิฤๅษี” นั้นน่าจะเป็นศาสนสถานประจำโรงสถานพยาบาล หรือ เรียกว่า อโรคยาศาล จรเข้มาก ประโคนชัย บุรีรัมย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
16 อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก เป็นแหล่งน้ำที่ใช้ในการพักผ่อนหย่อนใจของคนที่อยู่โดยรอบและยังเป็นแหล่งน้ำที่ก่อประโยชน์ในด้านชลประทานสำหรับชาวจังหวัดบุรีรัมย์ อ่างเก็บน้ำมีพื้นที่กว้างขนาดใหญ่ ทำให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด จึงมีความสำคัญในด้านการขยายพันธุ์สัตว์ต่างๆ จึงทำให้อ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก จึงอยู่ในการดูแลของกรมป่าไม้ และจัดตั้งเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าขึ้น เพื่อปกป้องและดูแลสัตว์ต่างๆที่อยู่ภายในบริเวณอ่างเก็บน้ำ ให้มีการเจริญเติบโต และมีการขยายพันธุ์ ก่อให้เกิดระบบนิเวศขึ้นมากมาย บ้านบัว เมืองบุรีรัมย์ บุรีรัมย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
17 พระธาตุเจดีย์ทะเมนชัย พระมหาเจดีย์ทะเมนชัย เป็นเจดีย์พระธาตุพนมจำลองที่มีความสวยงามมาก มีความเชื่อกันว่ามีชายผู้หนึ่งศรัทธาอย่างแรงกล้าที่จะสร้างเจดีย์ที่ว่านี้ เพียรสร้างจนเสร็จเมื้อปี พ.ศ. 2527 การจัดสภาพแวดล้อม ได้อย่างดีเยี่ยม อยู่ห่างจากอำเภอลำปลายมาศ ประมาณ 12 กิโลเมตร ทะเมนชัย ลำปลายมาศ บุรีรัมย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
18 วัดโพธิ์ทรายทอง วัดโพธิ์ทรายทอง เป็นวัดราษฏร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างเมือ พศ. ใดไม่ปรากฏหลักฐาน แต่ประกาศตั้งวัดในพระพุทธศาสนา เมื่อ พศ.2410 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พศ. 2524 เดิมเรียกว่าวัดละหานทราย เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านเมืองสร้างมานานปีโดยสันนิษฐานว่าสร้างสมัยยุคต้นรัตนโกสินทร์ ละหานทราย ละหานทราย บุรีรัมย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
19 แหล่งเตาเผาโบราณ ตั้งอยู่ที่โรงเรียนบ้านกรวดวิทยาคาร ระหว่างหลักกม.ที่ 21-22 ทางหลวง หมายเลข 2075 ห่างจากตัวเมือง 66 กม. นักโบราณคดีได้สำรวจพบเตาเผา และเครื่องปั้นดินเผา โบราณจำนวนมาก พบว่ามีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 14-19 โดยเตาเผาเหล่านี้ ได้ผลิตเครื่องถ้วยเขมร เพื่อเป็นสินค้าป้อนให้กับเมืองต่างๆ ในกัมพูชา และในภูมิภาคต่างๆ โดยมีการทำอุตสาหกรรมขนาด ใหญ่โต และขยายขอบเขตการผลิตไปยังพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย กรมศิลปากรได้ทำการขุดแต่งเตาโบราณ 2 แห่งคือ เตาสวายและเตานายเจียน ซึ่งอยู่ห่างจาก อำเภอบ้านกรวดเป็นระยะทาง 5 และ 10 กม. ตามลำดับ ส่วนเครื่องปั้นดินเผาที่ขุดพบสามารถชมได้ที่ หอศิลปกรรมบ้านกรวด ในบริเวณที่ว่าการอำเภอ บ้านกรวด หินลาด บ้านกรวด บุรีรัมย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
20 ปรางค์กู่สวนแตง ปรางค์กู่สวนแตงเป็นเทสาลัยในศาสนาฮินดู สร้างขึ้นาวพุทธศตวรรษที่ 16 -17 โดยได้รับอิทธิพลจากศิลปกรรมสมัยนครวัด เป็นโบราณสถานอีกแห่งที่ถูกวางระเบิดจนองค์ปรางค์พังทลายลงมาเพื่อโจรกรรมชิ้นส่วนของปราสาทไปขาย ภายหลังกรมศิลปากรได้บูรณะใหม่จนมีความสมบูรณ์ และประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2547 - NULL บุรีรัมย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
ลิขสิทธิ์ © 2561 กรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism)
สนามกีฬาแห่งชาติ ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 เบอร์โทร : 0-2219-4010-7 แฟกซ์ : 0-2216-6906 อีเมล : [email protected]