ที่มา : กองพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
ข้อมูล ณ วันที่ 1 เมษายน 2561
ลำดับ ชื่อแหล่งท่องเที่ยว ประวัติความเป็นมา ตำบล/แขวง อำเภอ/เขต จังหวัด ภูมิภาค ประเภทแหล่งท่องเที่ยว
41 หัตถกรรมผ้าย้อมคราม (ผ้ามัดหมี่) ผลิตภัณฑ์ผ้ามัดหมี่ย้อมครามลายประยุกต์ ทอด้วยมือ ฝีมือประณีต สวยงาม มีให้เลือกมากมาย - พิบูลย์รักษ์ อุดรธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
42 อุทยานแห่งชาตินายูง-น้ำโสม ป่าส่วนใหญ่ยังอุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญ เช่น ห้วยน้ำโสม ห้วยตาดโตน ลักษณะดินโดยทั่วไปเป็นดินร่วนปนทรายตามป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณและดินลูกรังตามป่าเต็งรัง หินที่พบในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหินทราย นายูง นายูง อุดรธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
43 วนอุทยานน้ำตกธารงาม วนอุทยานน้ำตกธารงาม ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าขุนห้วยสามทาก ขุนห้วยกองสี ตำบลหนองแสง มีพื้นที่ทั่งหมดประมาณ 78,125 ไร่ ประกาศเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2527 ลักษณะสภาพพื้นที่ของวนอุทยานฯ เป็นภูเขาสูงชัน และเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพาน เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่ไหลลงสู่ห้วยสามทาก-ห้วยน้ำฆ้องตลอดปี จุดเด่นที่น่าสนใจภายในวนอุทยานฯ มีหน้าผา ถ้ำที่สวยงาม และมีลานหิน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “แหล” เป็นแหลขนาดใหญ่ เนื้อที่กว้างขวาง มีก้อนหินใหญ่ตั้งวางเรียงรายและซ้อนกันอยู่ และที่จุดนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่อยู่เบื้องล่างได้ สถานที่พัก วนอุทยานน้ำตกธารงามไม่มีบริการบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะเดินทางไปพักแรม หรือทัศนศึกษา จะต้องนำเต็นท์ไปเอง ทับกุง หนองแสง อุดรธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
44 ทะเลดอกบัวแดง (Home Stay บ้านเดียม) โฮมสเตย์บ้านเดียมได้รับมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยจากสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยวในปี 2547 มีความเข้มแข็งของชุมชน วิถีชีวิตชาวประมงในลุ่มน้ำหนองหานที่น่าสนใจ คือธรรมชาติที่งดงามและมีระบบนิเวศที่สมบูรณ์ ทะเลบัวแดงซึ่งมีพื้นที่กว่าหมื่นไร่ และเป็นต้นตำนานผาแดงนางไอ่ โดยดอกบัวแดง จะเริ่มบานในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคมของทุกปี ซึ่งเป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่งนัก กิจกรรมที่น่าสนใจที่จัดไว้เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว อาทิ การแสดงศิลปะพื้นบ้าน การท่องเที่ยวศาลผาแดง และการล่องเรือชมทะเลบัวแดง ที่บึงหนองหาน เชียงแหว กุมภวาปี อุดรธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
45 วัดป่าภูก้อน เป็นพุทธอุทยานมหารุกขปาริชาติภูก้อน ภายในวัดมีพระบรมสารีริกธาตุ บรรจุในพระเกศพระร่วงโรจน์ศรีบูรพา ซึ่งเป็นประธานประดิษฐานหน้าองค์พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์ เป็นสถานที่ที่สงบเหมาะแก่การบำเพ็ญภาวนาของพระสายกรรมฐาน บ้านก้อง นายูง อุดรธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
46 วัดอุดมมงคลนาราม (วัดป่านาคำน้อย) วัดนาคำน้อย (วัดป่านาคำน้อย) เดิมชื่อ วัดอุดมมงคลวนาราม เป็นนามที่ได้รับเมตตาประทานจากหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน แต่ต่อมาทางราชการมีแนวคิด เกี่ยวกับการตั้งชื่อวัดให้สอดคล้องกับชื่อหมู่บ้านที่ตั้งของวัด จึงได้ใช้นามว่า “วัดนาคำน้อย” ในปัจจุบัน สถานที่ตั้งวัด อยู่ที่หมู่ 7 บ้านนาคำน้อย ตำบลบ้านก้อง อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี รหัสไปรษณีย์ 41380 มีพื้นที่ในปัจจุบัน 1,350 ไร่ เริ่มก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2523 ประวัติการก่อตั้งวัด วัดนาคำน้อย(วัดป่านาคำน้อย) ได้รับการตั้งเป็นวัดเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2529 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2531 ตามบัญชีรายชื่อวัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา งวดที่ 6 ประจำปี 2530 ลำดับที่ 36 วัดนาคำน้อย ตำบลบ้านก้อง อำเภอน้ำโสม (ในขณะนั้น) จังหวัดอุดรธานี ขนาดวิสุงคามสีมา กว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร ดังประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 105 ตอนที่ 14 วันที่ 22 มกราคม 2531 กองพุทธสถานกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531 เพื่อดำเนินตามแนวทางที่องค์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ได้เมตตาชี้แนะไว้ว่า “สถานที่นี้เหมาะสำหรับผู้สนใจภาวนาเพราะเป็นป่า เป็นเขาสงบสงัด” สภาพก่อนที่จะต้องเป็นวัด ท่านพระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก ขณะนั้นจำพรรษอยู่ที่วัดป่าบ้านตาด ได้ธุดงค์มาในเขตนี้เห็นว่าพื้นที่แห่งนี้ ในขณะนั้นเป็นพื้นที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่านายูง และป่าน้ำโสม มีสภาพทรุดโทรม และเป็นพื้นที่ป่าที่ได้รับสัมปทานไปแล้วหลายวาระ ประกอบกับเป็นพื้นที่สีชมพู อยู่ในเขตปฏิบัติการณ์ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย น่าจะได้รับการฟื้นฟูทั้งทางรูปธรรม และนามธรรม โดยที่ท่านพระอาจารย์ได้เคยวิเวกมาในแถบนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 เป็นต้นมา หลายวาระด้วยกัน จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2523 ได้ธุดงค์มาอีกรอบหนึ่ง ในครั้งนี้ ได้ธุดงค์มาปักกลด ณ บริเวณต้นสะท้อน ริมห้วยราง (ตรงบริเวณที่เป็นโรงครัวในปัจจุบัน) เห็นว่าเป็นสถานที่สัปปายะ น่าจะได้มีการจัดตั้งเป็นวัดปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา จึงได้ชักชวนคณะศรัทธาญาติโยม หมู่เพื่อนสหธรรมิกพุทธบริษัททุกหมู่เหล่า มาร่วมกันก่อสร้างเป็นสำนักปฏิบัติกรรมฐาน สายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต สภาพป่าภายในบริเวณวัด เป็นป่าที่สมบูรณ์ประมาณ 600 ไร่ แต่ได้รับการปลูกเสริมเพิ่มเติม เช่น สัก ประดู่ มะค่า ยาง กระบาก ตะแบก ตะเคียนทอง เป็นต้น ปัจจุบันได้ปลูกเสริมจนเต็มพื้นที่ จึงสามารถมองเห็นสภาพป่าดั้งเดิมและปลูกเสริมใหม่เจริญเติบโตร่วมกัน สัตว์ป่าภายในวัด เนื่องจากพื้นที่นี้แต่เดิมเป็นป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์ จึงมีสัตว์ป่าหลายชนิดอาศัยอยู่ เช่น หมูป่า กระรอก ค่าง ลิง ชะนี งูจงอาง งูเห่า เหี้ย กระจง นิ่ม และนกชนิดต่าง ๆ สิ่งก่อสร้างที่สำคัญภายในวัด ศาลาอเนกประสงค์ ขนาด 2 ชั้น พื้นที่กว้าง 16 เมตร ยาว 24 เมตร เป็นสถานที่ที่พระสงฆ์ใช้ทำสังฆกรรม เป็นที่ฉันภัตตาหาร เป็นที่บำเพ็ญกุศลในโอกาสต่าง ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกุฏิถาวร ประมาณ 15 หลัง และร้านพักพระประมาณ 40 หลัง โรงน้ำร้อน โรงครัว และที่พักฝ่ายอุบาสก อุบาสิกาจำนวน รวม 15 หลัง และถนนคอนกรีตเชื่อมโยงภายในวัดรวมเส้นทาง 4 กม.เศษ พระเมตตาจากองค์หลวงตา กำแพง คอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดความสูง 2.45 เมตร ยาว 6.75 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 1,350 ไร่ มูลค่า 20 ล้านบาทเศษ และฝายน้ำล้น ฝายเก็บกักน้ำหลายแห่งภายในวัด ได้รับเมตตาอุปถัมภ์ในการก่อสร้าง จากองค์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ทั้งนี้เพื่อประโยชน์แก่สรรพสัตว์ที่ได้มาอาศัยอยู่ให้ได้รับความร่มเย็นตาม อัตภาพ สถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน เป็นที่ตั้งของลูกข่าย สถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน รับสัญญาณจากสถานีแม่ที่วัดป่าบ้านตาด ขนาดคลื่นความถี่ 107.25 MHZ ครอบคลุม พื้นที่อำเภอบ้านผือ น้ำโสม นายูง (จังหวัดอุดรธานี) สุวรรณคูหา (จังหวัดหนองบัวลำภู) สังคม(จังหวัดหนองคาย) และจังหวัดเลยบางส่วน จำนวนพระสงฆ์จำพรรษา ในแต่ละปีจะมีพระสงฆ์จำพรรษา ประมาณ 30-40 รูป ในภาคฤดูร้อน เป็นสถานที่ที่พระสงฆ์ที่อุปสมบทจากกรุงเทพมหานคร มาพำนักปฏิบัติธรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อปี พ.ศ. 2548-2550 มีนักศึกษาแพทย์ศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล มาบวชศึกษาภาคปฏิบัติ เป็นต้น การอบรมพระภิกษุสามเณร และศรัทธาญาติโยม ได้กระทำทุกปีทั้งในหน้าแล้ง หน้าฝน ในฤดูจำพรรษา ก็มีอุบาสกอุบาสิกามาอยู่จำศีล ภาวนาประมาณ 100 คนเศษ ขยายและส่งเสริม สำนักและวัดปฏิบัติธรรม เมื่อท่านพระอาจารย์ได้มาจำพรรษาในแถบนี้ รวม ทั้งในแถบอื่นหลายวัดด้วยกัน เช่น วัดป่าภูก้อน วัดป่าบ้านเพิ่ม วัดป่าหลุบเลา วัดป่าแค วัดป่าบ้านก้อง วัดป่าวังแข้ อำเภอนายูง วัดป่าโคกสาคร อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี เป็นต้น วัดหมู่เพื่อนสหธรรมิก เช่น วัดป่ากุดสิม อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู วัดป่าบ้านใหม่ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี และท่านได้ตั้งวัดสาขา เช่น วัดป่าพิมาย อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา และสนับสนุน ศิษย์ที่เคยอยู่ในสำนักของท่านออกไปตั้งวัดหลายแห่ง หลายจังหวัดด้วยกัน อาทิ วัดป่าภูน้ำป๊อก อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น วัดป่าชัยพฤกษ์ กิ่งอำเภอเอราวัณ วัดป่าอุดมมงคลญาณสัมปันโน (ห้วยซวก) อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย วัดป่าเทพมงคล อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย วัดป่าภูสวรรค์ อำเภอปากชม จังหวัดเลย วัดป่าภูเขาวงศ์ วัดป่าภูพัง กิ่งอำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู วัดป่าสุวรรณภูมิ อ.สุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นต้น บ้านก้อง นายูง อุดรธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
47 น้ำตกยูงทอง (อุทยานแห่งชาตินายูง-น้ำโสม) น้ำตกยูงทองเป็นน้ำตกตั้งอยู่บนสันเขาภูพานและภูย่าอู มีลำน้ำไหลผ่านโขดหินสลับซับซ้อน สวยงามมาก ท่ามกลางความเขียวขจีของแมกไม้นานาพันธุ์ น้ำตกยูงทองเป็นน้ำตก-ขนาดเล็กมี 3 ชั้น นายูง นายูง อุดรธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
48 คำชะโนด คำชะโนดเป็นสถานที่ ที่ชาวบ้านมีความเชื่อว่า พญานาคาอาศัยอยู่ ชึ่งอยู่บริเวณวัดสิริสุทโธ มีป่าขนาดใหญ่ปกคลุมด้วยนานาพรรณไม้โดยเฉพาะต้นชะโนด อยู่กลางทุ่งนา วังทอง บ้านดุง อุดรธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
49 พระพุทธบาทบัวบก เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 2463-2477 โดยสร้างขึ้นครอบรอบพระพุทธบาทไว้ คำว่าบัวบกเป็นชื่อของพืชที่พบมากบริเวณนั้น เมืองพาน บ้านผือ อุดรธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
50 วัดป่าบ้านค้อ เป็นปูชนียสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุสถาปัตยกรรมงานศิลปต่างๆ ภายในพระมหาเจดีย์เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาเพื่อให้เป็นแหล่งศึกษาขยายสติปัญญาแก่พุทธศาสนิกชนโดยรอบองค์เจดีย์เป็นประตูกระจกแกะสลัก เขือน้ำ บ้านผือ อุดรธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
51 อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เป็นแหล่งอารยธรรมของมนุษย์อันเก่าแก่ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ พื้นที่ส่วนใหญ่รูปร่างต่างๆ กัน มีถ้ำและเพิงหินซึ่งมีหลักฐานเป็นภาพเขียนบนผนังถ้ำเป็นรูปคน รูปมือ รูปสัตว์ และรูปลายเรขาคณิตซึ่งทำให้สันนิษฐานว่าบริเวณนี้อาจจะเป็นที่พำนักของมนุษย์ยุคหินมาก่อนแหล่งที่พบภาพเขียนเหล่านี้ได้แก่ ถ้ำลายมือ ถ้ำคน และถ้ำวัวนอกจากนี้ยังมีรอยดัดแปลงเพิงหินทรายต่างๆ เป็นที่ประกอบพิธีทางศาสนาปรากฏเป็นภาพสลักพระพุทธรูปและเทวรูปบนหินทรายและใบเสมา เมืองพาน บ้านผือ อุดรธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
52 วัดพระพุทธบาทบัวบาน ตั้งอยู่บนเนินเขาในเขตตำบลเมืองพาน เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองอันเก่าแก่ที่อยู่ในโบสถ์และมีการขุดค้นพบใบเสมาที่ทำด้วยหินทรายเป็นจำนวนมากใบเสมาเหล่านี้สลักเป็นรูปบุคคล และลวดลายต่าง ๆ เป็นศิลปะทวาราวดีผสมกับศิลปะลพบุรี - NULL อุดรธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
53 พระพุทธบาทหลังเต่า ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของพระพุทธบาทบัวบก มีลักษณะเป็นรอยพระบาทสลักลึกลงไปในพื้นหินลึกประมาณ 25 เซนติเมตรใจกลางพระบาทสลักเป็นรูปดอกบัวกลีบแหลมนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด และเนื่องจากพระพุทธบาทแห่งนี้อยู่ใกล้กับเพิงหิน ธรรมชาติรูปร่างคล้ายเต่า จึงได้ชื่อว่า พระพุทธบาทหลังเต่า เมืองพาน บ้านผือ อุดรธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
54 วัดป่าบ้านตาด วัดป่าบ้านตาด เริ่มก่อตั้งเมื่อปี เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2498 ต่อมากระทรวงศึกษาธิการ ประกาศตั้งขึ้นเป็นวัดในพระพุทธศาสนา เมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2513 ให้ชื่อว่า วัดเกษศีลคุณ ซึ่งเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปในนาม วัดป่าบ้านตาด บ้านตาด เมืองอุดรธานี อุดรธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
55 ศาลเจ้าปู่-ย่า ระวัติความเป็นมาของศาลเจ้าปู่-ย่า ยังไม่สามารถหาหลักฐานในระยะก่อตั้งเริ่มแรกที่เป็นข้อมูลสรุปอย่างชัดเจน ได้ เพียงแต่อาศัยการบอกเล่าของกลุ่มพ่อค้าชาวจีนรุ่นเก่าที่เล่าสืบมาว่าประมาณ ปี พ.ศ. 2488 กลุ่มพ่อค้าชาวจีนในจังหวัดอุดรธานี ได้อัญเชิญผงธูปที่เรียกกันว่าผงมงคลหรือผงอิทธิเจแห่งองค์เทพเจ้าปู่จากใต้ร่มไม้ใหญ่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดอุดรธานี อันได้แก่เส้นทางที่มุ่งไปสู่อำเภอหนองบัวลำภู (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของจังหวัดหนองบัวลำภู) ซึ่งมีสถานภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยขุนเขา หนองน้ำ และต้นไม้ใหญ่นานาชนิด เป็นลักษณะพื้นที่ที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิตอยู่ ตามตำราโหราศาสตร์จีน จึงได้อัญเชิญมาประทับที่ศาลไม้เล็กๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมฝั่งหนองบัว ตำบลหนองบัว จังหวัดอุดรธานี ใกล้สถานีรถไฟ ปัจจุบันคือบริเวณศาลเจ้าปู่-ย่าที่มีความร่มรื่นอันเป็นสัญลักษณ์ของความ สงบสุข บนเนื้อที่ประมาณ 9 ไร่ เบื้องหน้าศาลไม่มีสิ่งกีดขวางใดๆ เป็นสัญลักษณ์ความเจริญรุ่งเรืองของชีวิตชาวเมืองอุดรธา หมากแข้ง เมืองอุดรธานี อุดรธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
56 สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม มีมาตั้งแต่ก่อนตั้งเมืองอุดรธานี เดิมเรียกว่า หนองนาเกลือ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของตัวเมืองเพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ผู้ทรงก่อตั้งเมืองอุดรธานี ในปี พ.ศ . 2530 เทศบาลเมืองอุดรธานีได้ทำการปรับปรุงหนองประจักษ์ขึ้นใหม่เพื่อถวายเป็นราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนม-พรรษาครบ 5 รอบ หมากแข้ง เมืองอุดรธานี อุดรธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
57 ศาลหลักเมือง ศาลหลักเมืองอุดรธานี หรือเรียกว่าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองอุดรธานี เป็นศูนย์รวมความเคารพและความศรัทธา ซึ่งชาวเมืองอุดรธานีมักจะมาสักการะบูชา ในบริเวณศาลหลักเมืองอุดรธานี ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญอื่นๆ อันเป็นที่เลื่อมใสบูชาเป็นอย่างสูงได้แก่ หลวงพ่อพระพุทธโพธิ์ทอง และ ท้าวเวสสุวัณ หมากแข้ง เมืองอุดรธานี อุดรธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
58 สวนกล้วยไม้หอมอุดรซันไชน์ สวนกล้วยไม้หอมอุดรซันไชน์ เป็นสวนกล้วยไม้ที่ผลิตกล้วยไม้กลิ่นหอมพันธุ์ใหม่ของไทยซึ่งใช้เวลาในการค้นคว้า และผสมพันธุ์ระหว่างแวนด้า (Vanda) โจเซฟฟินแวนเบอร์โร (Josephine Van Berrow) ได้รับการจดทะเบียนลิขสิทธิ์ที่สมาคมกล้วยไม้โลก ประเทศอังกฤษ เมื่อปี 2531 ชื่อพันธุ์ Udon Sunshine Orchid หรือพันธุ์นางสาวอุดรซันไชน์ ซึ่งมีการนำไปสกัดทำน้ำหอมในชื่อเดียวกันไปจำหน่าย หมูม่น เมืองอุดรธานี อุดรธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
59 วัดโพธิสมภรณ์ ตั้งอยู่ที่ตำบลหมากแข้ง ต่อมาพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ได้ทรงประทานนามว่า “วัดโพธิสมภรณ์” ให้เป็นอนุสรณ์แก่พระยาศรีสุริยราชวรานุวัตรผู้สร้างวัดนี้ หมากแข้ง เมืองอุดรธานี อุดรธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
60 อนุสาวรีย์กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม อนุเสาวรีย์กรมหลวงประจักษ์ ตั้งอยู่กลางเมืองอุดรธานี พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม เป็นพระราชโอรสพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและเจ้าจอมมารดาสังวาล ประสูติเมื่อ พ.ศ. 2399 ทรงดำรงตำแหน่งข้าหลวงต่างพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สำเร็จราชการมณฑลฝ่ายเหนือ (เรียกว่า “มณฑลอุดร” ในสมัยต่อมา) ระหว่าง ร.ศ.112-118 ทรงเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งเมืองอุดรขึ้นเมื่อ ร.ศ.112 (พ.ศ.2436) ทรงจัดวางระเบียบราชการปกครองบ้านเมือง และรับราชการในหน้าที่สำคัญๆ ที่อำนวยประโยชน์แก่ราษฎร อนุสาวรีย์พระองค์ท่านนับเป็นเกียรติประวัติสูงสุดของชาวจังหวัดอุดรธานี จะมีพิธีบวงสรวงในวันที่ 18 มกราคม ของทุกปี พระอนุสาวรีย์พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ทรงเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งเมืองอุดร ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2436 หรือ ร.ศ.112 เป็นพระอนุสาวรีย์รูปปั้นทองบรอนซ์ในพระอิริยาบถทรงประทับยืนอยู่บนแท่นหินแกรนิตสีเทาดำ ที่มีความสูงเฉพาะพระแท่นประทับประมาณ 3.50 เมตร ทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารเต็มพระยศ พระหัตถ์ขวาทรงถือพระแสงกระบี่ พระอนุสาวรีย์ พลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม นับเป็นเกียรติประวัติสูงสุดของชาวจังหวัดอุดรธานี ซึ่งชาวจังหวัดอุดรธานี ให้ความเคารพนับถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองที่สำคัญแห่งหนึ่ง ชาวอุดรธานีที่จะเดินทางไปต่างบ้าน ต่างเมือง หรือกลับมาถึงเมืองอุดรธานี จะยกมือไหว้เพื่อเป็นการบอกกล่าว รวมถึงประชาชนที่เดินทางผ่านไปผ่านมาด้วย สำหรับการกราบไหว้เพื่อการขอพรนั้น ผู้สันทัดกรณีบอกว่าเป็นเคล็ดลับ เช่นหากว่าขอพรในการสอบแข่งขัน การเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่งก้าวหน้า สอบราชการทหาร ตำรวจ รัฐวิสาหกิจต่างๆ ท่านบอกว่าให้ตั้งจิตอธิษฐานบนบานต่อพระองค์ท่าน ด้วยการวิ่งรอบพระอนุสาวรีย์ และถวายม้าและดาบ เป็นของแก้บน ส่วนผู้ที่ไม่ได้บนบาน การกราบไหว้พระอนุสาวรีย์กรมหลวงฯ ทำให้เกิดมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ปราศจากอุปสรรคต่างๆ ในการทำงาน ประสบผลสำเร็จในการเรียน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอนุเสาวรีย์นี้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม พ.ษ. 2514 โดยกรมศิลปากรออกแบบ และปั้นหล่อ หมากแข้ง เมืองอุดรธานี อุดรธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
ลิขสิทธิ์ © 2561 กรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism)
สนามกีฬาแห่งชาติ ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 เบอร์โทร : 0-2219-4010-7 แฟกซ์ : 0-2216-6906 อีเมล : [email protected]