ที่มา : กองพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
ข้อมูล ณ วันที่ 1 เมษายน 2561
ลำดับ ชื่อแหล่งท่องเที่ยว ประวัติความเป็นมา ตำบล/แขวง อำเภอ/เขต จังหวัด ภูมิภาค ประเภทแหล่งท่องเที่ยว
1 อุทยานมัจฉาโขงกุดหวาย อุทยานมัจฉา ตั้งอยู่บ้านโขงกุดหวาย หมู่ที่ 7 ตำบลเกิ้ง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม หางจากเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม 6 กิโลเมตร ตามเส้นทางมหาสารคาม มุกดาหารบริเวณอุทยานตั้งอยู่ในกุดหวาย คาว่ากุด หมายถึง ทางน้ำที่แม่น้ำเปลี่ยนทางเดินเป็นเวลานาน บริเวณกุดหวายทีว่านี้ เดิมต้นหวายเกิดล้อมรอบ สวนตรงเนินกลางกุดมีหญ้าคา หญ้าแฝกงอกงามมากตรงบริเวณหัวคุ้งน้ำ พระครูพิทักษ์โกสุมพิสัย (ญาครูโม่ง) เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ศรีได้ไปตั้งสำนักสงฆ์เพื่อเป็นสวนหญ้า สำหรับเกี่ยวมามุงศาสนสถานในสมัยโบราณ ปัจจุบันบริเวณนี้ชาวบ้านได้ตั้งเป็นวัดชื่อ พิทักษ์สามัคคีโพธิ์ศรี 2 เมื่อพุทธศักราช 2537 ศูนย์บริการเกษตรกรรมเคลื่อนที่และกรมชลประทาน ได้ขุดลอกเป็นคุ้งน้ำตามแนวเดิมทีกว้างที่สุดประมาณ 120 เมตร ลึกจากผิวดิน 10 เมตร โค้งเป็นรูปเกือกมายาวประมาณ 800 เมตร มีความจุน้ำประมาณ 96,000 ลูกบาศก์เมตร ด้านทิศตะวันตกมีทางน้ำธรรมชาติไหลล้นลงลำน้ำ รอบกุดด้านทิศเหนือมีหมู่บ้านโขงกุดหวายตั้งอยู่ ประชากรเป็นคนไทยลาวและไทยโคราช พุทธศักราช 2537 ประมาณเดือนตุลาคมเกิดน้ำหลากท่วมสองฝั่งลำน้ำชีทะลักเข้าโขงกุดหวายและไหลลงแม่น้ำมูล แม่น้ำโขง ตามลำดับ ฝูงปลาเผาะเป็นตระกูลปลาสวาย ชาวอีสานบางส่วนเรียกว่าปลาซวย ปลาวังก็มี สำหรับปลาเผาะนี้อาศัยอยู่ตามแม่น้ำโขง และปากแม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขง เช่น ปากแม่น้ำมูล ได้รวมกันเป็นฝูงว่ายทวนกระแสน้ำขึ้นมา ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน อาจเป็นเพราะว่าแก่งตะนะ ซึ่งเป็นแก่งและซอกหินที่เคยอาศัย ถูกระเบิดเพื่อสร้างเขื่อนปากมูล ปลาเหล่านี้ไม่มีที่อาศัยจึงแตกตื่นทวนกระแสน้ำขึ้นมารวมกับปลาเลี้ยงทีน้ำท่วมบ่อ เช่น ปลาตะเพียน ยี่สก นิล ไน ได้มารวมกันอยู่ ในโขงกุดหวายจำนวนมาก โดยเฉพาะปลาเผาไม่มากกว่าชนิดอื่น และเป็นปลาขนาดใหญ่ปัจจุบันลำตัวยาวประมาณ 2 ศอก ชอบว่ายเหนือน้ำตามกินอาหารจากคนไปเทียวชม เมื่อรวมปลาชนิดต่างๆ แล้วมีประมาณหลายแสนตัว ชาวบ้านถือเป็นโอกาสดี จึงร่วมกันปิดกั้นทางน้ำมิให้ไหลลงลำน้ำชี ต่อมาทางราชการได้เสริมคันดินให้แข็งแรงโดยมีความยาว 30 เมตร สันคันดินกว้าง 8 เมตร และร่วมกันตั้งชื่อว่า อุทยานมัจฉา การดำเนินงานในอุทยานใช้วัฒนธรรมนำการพัฒนา ทุกคนในหมู่บ้านร่วมมือกันโดยมีวัดในพุทธศาสนาเป็นศูนย์กลาง ภายในวัดก็จะมีสัตว์ที่ชาวบ้านนำมาวัดช่วยเลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นจระเข้ สุนัขจิ้งจอก ลิง เหยี่ยว กระต่าย นก และหนูตะเพา ฯลฯ และยังมีพิพิธภัณฑ์บ้านอีสานอีกด้วย และได้จัดทำโครงการอนุรักษ์ปลาหน้าวัด เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ห้ามจับสัตว์น้ำ หรือทำการประมงในที่รักษาพืชพันธุ์ ผู้ฝ่าฝืนต้องรับโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ ภายในอุทยานแห่งนี้ มีร้านจำหน่ายอาหารปลา มีสะพานไม้ ขนาดกว้าง 1 เมตร 60 เซนติเมตร ยาว 83 เมตร ข้ามคุ้งน้ำไปบริเวณวัด และใช้เป็นสถานที่ให้อาหารปลาและชมปลาได้ด้วย มีซุ้มริมฝั่งน้ำ 4 ซุ้ม แพลอยน้ำขนาด 3 x 5.50 เมตร จำนวน 10 แพ ให้นักท่องเที่ยวรับประทานอาหารและชมปลา เป็นแหล่งท่องเที่ยวทีมีประชาชนไปเที่ยวจำนวนมากทุกวัน เกิ้ง เมืองมหาสารคาม มหาสารคาม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
2 พระพุทธรูปยืนมงคล เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองมหาสารคามสมัยทวาราวดี สร้างด้วยหินทรายแดงเหมือนพระพุทธรูปมิ่งเมือง ซึ่งเชื่อกันว่าทั้งสององค์สร้างพร้อมกันอยู่ในเขตตำบลคันธารราษฎร์ คันธารราษฎร์ กันทรวิชัย มหาสารคาม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
3 บ้านแพง (เสื่อกกบ้านแพง) ผลิตภัณฑ์ผ้ามัดหมี่ย้อมครามลายประยุกต์ ทอด้วยมือ ฝีมือประณีต สวยงาม แพง โกสุมพิสัย มหาสารคาม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
4 วนอุทยานโกสัมพี เดิมพื้นที่วนอุทยานโกสัมพี เป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ (ดอนมเหศักดิ์) ตั้งอยู่บ้านคุ้มกลาง ตำบลหัวขวาง ในเขตเทศบาล ตำบลหัวขวาง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม อยู่ติดแม่น้ำชี และมีองค์หลวงพ่อมิ่งเมือง ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้าน คู่เมืองของชาวอำเภอโกสุมพิสัยกราบไหว้บูชา นอกจากนี้ยังมีดอนปู่ตา พื้นที่มีสภาพเป็นป่าไม้เบญจพรรณ ต้นไม้ส่วนใหญ่เป็นไม้ยืนต้นขึ้นเป็นจำนวนมากและมีฝูงลิงแสมอาศัยอยู่เป็นจำนวน กว่า 500 ตัว ป่าหนองบุ่งแห่งนี้ เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ มีศาลเจ้าปู่ ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวอำเภอโกสุมพิสัยแม้แต่ลิงแสมที่อาศัยอยู่เขตวนอุทยานโกสัมพีก็เชื่อกันว่า เป็นลิงของเจ้าปู่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง แต่เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลรับผิดชอบโดยตรงทางจังหวัดมหาสารคามจึง ได้เสนอขอให้กรมป่าไม้มาดำเนินการจัดการ พื้นที่สาธารณประโยชน์แห่งนี้ให้เป็นวนอุทยานเพื่อให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนโดยทั่วไปและกรมป่าไม้โดยส่วนอุทยานแห่งชาติ จึงได้เข้ามาดำเนินการแต่งตั้งเป็นวนอุทยาน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2519 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันโดยมีชื่อว่า วนอุทยานโกสัมพี หัวขวาง โกสุมพิสัย มหาสารคาม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
5 วนอุทยานชีหลง วนอุทยานชีหลง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวตั้งอยู่ริมฝั่งซ้ายของแม่น้ำชี ในอดีตแม่น้ำชีจะไหลเวียนอ้อมพื้นที่บริเวณนี้ ไปโดยตลอดทิศเหนือและทิศใต้ ต่อมาพื้นที่แห่งนี้คดกิ้วทางด้านทิศตะวันตก ถูกกระแสน้ำไหลกัดเซาะ จนขาดทำให้เกิดแม่น้ำชีเส้นใหม่ ลำน้ำเดิมถูกแยกขาดแปรสภาพพื้นที่กว่า 100 ไร่ ให้เป็นเกาะอันเป็นที่ต้องของ วนอุทยานชีหลง จากสถานที่แปลกตาน่าสนใจ อยู่ห่างจากมหาสารครามประมาณ 10 กม. สภาพเป็นป่าเบญจพรรณ มีไม้ยางขนาดใหญ่อยู่เป็นจำนวนมาก มีแหล่งกักเก็บน้ำตลอดทั้งปี บรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนสำหรับผู้ที่เดินทางมาเที่ยวชม ท่าขอนยาง กันทรวิชัย มหาสารคาม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
6 หมู่บ้านหัตถกรรมหนองเขื่อนช้าง เป็นหมู่บ้านทอผ้าไหม ผ้าฝ้าย ทำหมอนขิต นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมซื้อสินค้าที่ระลึกแห่งนี้ได้ บ้านหนองเขื่อนช้าง เป็นหมู่บ้านตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม เมื่อประมาณปี พ.ศ.2230 โดยประชาชนที่อพยพมาจากบ้านเมืองหงส์เมืองทองจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเดิมดินแดนนี้เป็นป่าดงดิบมีสัตว์นานาชนิด ตรงใจกลางมีหนองน้ำเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ มีโขลงช้างจำนวนมากมาอาบน้ำอยู่เป็นประจำจนกลายเป็น “เถื่อนช้าง”และได้เพี้ยนมาเป็นเขื่อนช้าง จึงเรียกว่า บ้านหนองเขื่อนช้าง ท่าสองคอน เมืองมหาสารคาม มหาสารคาม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
7 สะดืออีสาน (บึงกุย) เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ มีเนื่อที่ประมาณ 2,700 ไร่ มีอาณาเขตติดต่อกันหลายตำบล สำหรับตำบลเหล่า ติดต่อกับบ้านดอนตูม บ้านเขวา และบ้านยางสินไชย รวมระยะทาง 3.5 กิโลเมตร อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางหรือสะดือของภาคอีสาน อยู่ที่บ้านเขวา ตำบลเหล่า ซึ่งขณะนี้เป็นที่สนใจทั้งภาครัฐ เอกชน ในการผลักดันและสนับสนุนพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง เหล่า โกสุมพิสัย มหาสารคาม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
8 เขตห้ามล่าสัตว์ป่าดูนลำพัน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีลักษณะเป็นป่าธรรมชาติ มีน้ำไหลเฉพาะที่ตลอดเวลาหรือที่เรียกว่าป่าน้ำซับ นอกจากนั้นยังมีพืชและสัตว์ที่ไม่ค่อยพบในที่อื่นๆ และหายากเช่น ต้นลำพัน, เห็ดลาบ, ปลาคอกั้ง, งูขา และ ปูทูลกระหม่อม หรือปูแป้งเป็นปูน้ำจืดที่สวยที่สุดในโลก ตัวขนาดใหญ่กว่าปูนา ลำตัวมีหลายสี เช่นม่วง, ส้ม, เหลือง และขาว และจะพบเฉพาะที่ป่าดูนลำพันแห่งนี้เท่านั้น นาเชือก นาเชือก มหาสารคาม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
9 พัทยานาเชือก (หาดห้วยห้อ) อ่างเก็บน้ำห้วยค้อ อ. นาเชือก เป็นแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนในภูมิภาคนี้ที่มีความงดงามตามธรรมชาติ เนื่องจากอ่างเก็บน้ำห้วยค้อมีเกาะธรรมชาติที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติกลางอ่าง คือเกาะข่า (โนนข่า) ซึ่งยังคงความงดงามและเป็นธรรมชาติมากที่สุดและในอนาคตอันใกล้จะได้รับกาพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามและสมบูรณ์ยิ่งขึ้นไป อ่างเก็บน้ำห้วยค้อเป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์อีกทั้งยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำนานาชนิด เขวาไร่ นาเชือก มหาสารคาม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
10 พระบรมธาตุนาดูน • บริเวณที่ตั้งขององค์พระธาตุนาดูน แต่เดิมเป็นที่นาของนายทองดี ปะวะภูตา ราษฎรหมู่บ้านนาดูน อันเป็นที่ตั้งเดิมของเมืองโบราณนครจำปาศรี ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2522 มีการขุดพบสถูบบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ขนาดเท่ากับเมล็ดข้าวสารหักสีขาวขุ่น คล้ายแก้วมุกดา ซึ่งบรรจุในผอบซ้อนกันสามชั้น ชั้นในเป็นทองคำ ชั้นกลางเป็นเงิน และชั้นนอกเป็นสำริด รวมถึงพระพุทธรูป พระพิมพ์ลายหลายแบบจำนวนมาก เมื่อกรมศิลปากรมาสำรวจพบว่า บริเวณนี้เดิมเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณ นครจัมปาศรี ซึ่งมีความสำคัญในฐานะศูนย์กลางพุทธศาสนาและวัฒนธรรม ตั้งแต่สมัยทวาราวดี ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13-15 • ต่อมาจึงได้สร้างองค์พระธาตุนาดูนขึ้นในบริเวณที่ขุดพบสถูป องค์พระธาตุมีความสูง 50.50 เมตร ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่ขุดพบ ก่อสร้างแล้วเสร็จในปีพ.ศ. 2530 เป็นปูชนียสถานที่สร้างขึ้นเพื่อสิริมงคลแก่ภูมิภาค พื้นที่โดยรอบได้ถูกพัฒนาเพื่อเป็นศูนย์กลางส่งเสิรมกิจการพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรม ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงเรียกขานว่าเป็น “พุทธมณฑลอีสาน” รอบองค์พระธาตุมีบริเวณกว้างขวาง จัดแต่งเป็นสวนรุกขชาติ ปลูกต้นไม้ในพุทธประวัติ นับเป็นสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาคู่บ้านคู่เมืองของชาวมหาสารคาม • รูปลักษณะพระธาตุนาดูน จำลองแบบจากสถูปสำริดที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ฐานประยุกต์แบบศิลปทวาราวดี ฐานกว้าง 35.70 * 35.70 เมตร มีความสูงจากฐานถึงยอด 50.50 เมตร ฐานรากและโครงสร้างทั่วไปเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ทั้งหมด ผนังภายนอกพระธาตุส่วนใหญ่ทำด้วยหินล้างเบอร์ 4 บางแห่งฉาบปูนเรียบสีขาว มีลวดลายลวดบัว เสาบัวต่าง ๆ จำลองแบบ พระเครื่องพิมพ์ต่าง ๆ ที่ขุดพบมาประดิษฐานพระธาตุจำนวน 32 รูป และมีมารแบกปั้นเป็นแบบนูนสูงประดับที่ฐาน จำนวน 40 ตัว ตัวองค์พระธาตุจะแบ่งออกเป็น 16 ชั้น ลักษณะการก่อสร้างแบบคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหมด ภายในโปร่ง จากฐานรากขึ้นไปชั้นที่ 1 สูง 3.7 เมตร ชั้นที่ 1 คือฐานรากมีจำนวนฐานททั้งหมด 105 ฐาน มีเสาขึ้นจากฐานทั้งหมด 144 ต้น ส่วนฐานที่เป็นองค์พระธาตุมีลักษณะกลม มีเสาทั้งหมด 16 ต้น ชั้นที่ 1 มีพื้นทางเดินโดยรอบ และมีซุ้มประตูลายปูนปั้น 4 ประตูประจำทิศ ผนังประดับด้วยกระเบื้องด่านเกวียนศิลปะของ ภาคอีสาน พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิก 6 เหลี่ยม ผนังทั่วไปทำด้วยหินล้าง ชั้นที่ 2 สูงจากชั้นที่หนึ่ง 5.00 เมตร โครงสร้างมีเสาทั้งหมด 86 ต้น มีพื้นที่โดยรอบ สำหรับก่อสร้างเจดีย์องค์เล็กประจำทิศเหนือ ทั้ง 4 และพระพุทธรูปประจำซุ้ม 4 องค์ ผนังประกอบด้วยปูนปั้นเป็นรูปเสามีบัวเหนือเสา พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิก 6 เหลี่ยม ผนังทั่วไป ทำด้วยหินล้างและประดับกระเบื้องด่านเกวียน ชั้นที่ 3 สูงจากชั้นที่สอง 4.80 เมตร โครงสร้างมีเสาทั้งหมด 44 ต้น มีพื้นโดยรอบ สำหรับก่อสร้างเจดีย์องค์เล็กประจำทิศเฉียง 4 องค์ เช่นเดียวกับชั้นที่ 2 พื้นปูด้วยกระเบื้อง เซรามิก 6 เหลี่ยม ผนังทั่วไปทำด้วยหินล้าง ชั้นที่ 4 สูงจากชั้นที่สาม 1.60 เมตร ประกอบด้วยฐาน 8 เหลี่ยม เป็นชั้นเริ่มต้นของ ตัวองค์พระธาตุ โครงสร้างประกอบด้วยเสาทั้งหมด 24 ต้น ผนังทั่วไปทำด้วยหินล้าง ชั้นที่ 5 สูงจากชั้นที่สาม 1.00 เมตร ประกอบด้วยฐานบัวกลม โครงสร้างประกอบ ด้วยเสาทั้งหมด 16 ต้น ผิวภายนอกทำด้วยหินล้าง ชั้นที่ 5 ถึงชั้นที่ 10มีความสูง 11.00 เมตรเป็นตัวองค์ระฆังของพระธาตุโดยเฉพาะชั้นที่ 8 จะเป็นชั้นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ โครงสร้างประกอบด้วยเสาทั้งหมด 16 ต้น จนถึงชั้นที่ 9 ชั้นที่ 10 ลดเหลือเสา 9 ต้น ลักษณะองค์ระฆังภายนอกทำด้วยหินล้างทั้งหมด เป็นชั้นบัลลังก์ ลักษณะโครงสร้างมีเสาทั้งหมด 5 ต้น ผนังทำด้วยหินล้าง ชั้นที่ 11 ถึงชั้นที่ 14 มีความสูง 4.60 เมตร เป็นชั้นบัลลังก์ประกอบด้วยลักษณะทรงกลมมีลายปูนปั้นเป็นกลีบบัว โครงสร้างประกอบด้วยเสา 5 ต้น ผนังทำด้วยหินล้างทั้งหมด ชั้นที่14 ถึงชั้นที่ 16 มีความสูง 6.80 เมตร เป็นชั้นปล้องไฉน มีทั้งหมด 6 ปล้อง โครงสร้างประกอบด้วยเสาแกนต้นเดียว ปล้องไฉนทำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ผิวทำด้วยหินล้าง ชั้นที่ 16 ถึงยอดคือปลียอด มีชั้นปลี ชั้นลูกแก้ว และะชั้นฉัตรยอด โครงสร้าง ประกอบด้วยเสาแกนต้นเดียว ผนังผิวทำด้วย หินล้างโดยรอบ ส่วนฉัตรยอดบุด้วยโมเสกแก้วสีทอง • คำนมัสการพระธาตุนาดูน : อะติเตกิระ จำปาศรีนะคะเร สัมมาสัมพุทธะ สารีริกธาตุ นาตุละมัง นะคะระฐาเนวะ มหาสาระคามัง นะคะระสีมัง ปัจจุปันนัญจะ สิระสานะมามิ (สิระสานะมามะ) • อานิสงส์ที่ได้รับ : เพิ่มพูนบารมี ศูนย์รวมความดี บารมีแดนอีสาน นาดูน นาดูน มหาสารคาม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
11 พิพิธภัณฑ์นครจำปาศรี มีความสำคัญในฐานะเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาและวัฒนธรรม ตั้งแต่สมัยทวารวดี ตามหลักฐานทางโบราณคดีที่ปรากฎ พระธาตุ นาดูน มหาสารคาม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
12 อ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจาน แก่งเลิงจาน มีสวนสุขภาพแก่งเลิงจานที่กว้าง โล่ง ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อนและการออกกำลังกาย มีการจัดงบประมาณเพื่อพัฒนาอ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจานให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดมหาสารคาม มีการปรับปรุงรอบ ๆ เขื่อนคันดินให้กว้าง ปลูกต้นไม้ และจัดเป็นสวนสุขภาพตลอดคันความยาวของคันดิน สร้างพิพิธภัณฑ์ ศาลากลางน้ำ และอื่น ๆ เพื่อให้ผู้ที่ผ่านไปมาและนักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมและทัศนศึกษา เนื่องจากจังหวัดมหาสารคามมีสถานที่ท่องเที่ยวค่อนข้างน้อย และเป็นจังหวัดเดียวของภาคอีสานที่ไม่มีภูเขาเลย อ่างเก็บน้ำ แก่งเลิงจานจึงถูกใช้เป็นทั้งสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ควบคุมไปกับเป็นแหล่งน้ำที่ใ้ช้ในการประมง การเพาะปลูก นอกจากนี้ยังเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ภายในบริเวณเป็นที่ตั้งของสถานีประมง ทำการเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดให้หลายจังหวัดในภาคอีสาน หากท่านมีเวลาก็น่าไปพักผ่อนหย่อนใจและศึกษาธรรมชาติแถบนี้ดูนะครับ อ่างเก็บน้ำแก่งเลิงจาน ตั้งอยู่ทิศตะวันตกของตัวเมือง ตั้งอยู่ในเขตตำบลแก่งเลิงจาน อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ถ้าเดินทางจาก บขส. มาตามเส้นทางไปอำเภอบรบือ จะห่างประมาณ 4 กิโลเมตร แต่คนมหาสารคามที่รู้ทางใ้ช้เส้นทางเลียบคลองสมถวิลไปจนเกือบสุดคลองด้านทิศตะวันตก ใ้ช้ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตรเท่านั้น อยู่ด้านหลังของสถาบันราชภัฏมหาสารคาม บริเวณโดยรอบของแก่งเลิงจานมีทิวทัศน์สวยงาม ในวันหยุดประชาชนนิยมไปพักผ่อนกันมาก แก่งเลิงจาน เมืองมหาสารคาม มหาสารคาม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
13 บ้านหม้อ เมื่อประมาณ 150 – 200 ปี ที่ผ่านมา ชาวบ้านจาก อ โนนสูง อ พิมาย อ บัวใหญ่ จ นครราชสีมา เดินทางมาค้าขายสินค้าประเภทเครื่องปั้นดินเผา และได้พักในป่าที่อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 กม ที่เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์เพราะมีหนองน้ำ 2 หนอง คือ หนองเลิงและหนองเป็น ต่อมาเรียกว่า หนองเลิงเป็น ตาคำ จึงได้พาญาติพี่น้องย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ป่าแห่งนี้โดยขุดดินในหนองน้ำมาปั้นหม้อและภาชนะต่าง ๆ ขายให้กับคนในท้องถิ่นและในจังหวัดใกล้เคียง เขวา เมืองมหาสารคาม มหาสารคาม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
14 พระพุทธรูปมิ่งเมือง พระพุทธรูปมิ่งเมือง หรือ พระพุทธรูปสุวรรณมาลี สร้างด้วยหินทรายแดง เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สมัยทวาราวดีที่ชาวมหาสารคามนับถือกัน มาประดิษฐานที่วัดสุวรรณาวาส ตำบลโคกพระ อำเภอกันทรวิชัย เป็นพระพุทธรูปสมัยทวารวดีสร้างขึ้นด้วยหินทรายแดง เหมือนพระพุทธรูปยืนมงคล พระพุทธรูปทั้งสององค์นี้สร้างขึ้นในเวลาเดียวกันคือ เมื่ออำเภอกันทรวิชัยฝนแล้ง ผู้ชายสร้างพระพุทธรูปมิ่งเมือง ผู้หญิงสร้างพระพุทธรูปยืนมงคล เสร็จพร้อมกันแล้วทำการฉลองยางมโหฬาร ปรากฏว่าตั้งแต่ได้สร้างพระพุทธรูปทั้งสองค์แล้วฝนก็ตกต้องตามฤดูกาล พระพุทธรูปยืนมงคล ตั้งอยู่ที่ ม. 1 ต.โคกพระ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม โคกพระ กันทรวิชัย มหาสารคาม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
15 อ่างเก็บน้ำหนองบัว อ่างเก็บน้ำหนองบัว เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามปานกลาง เหมาะแก่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ สงบ มีบรรยากาศแบบธรรมชาติ โคกพระ กันทรวิชัย มหาสารคาม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
16 แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์หินร่อง หินร่อง ตั้งอยู่ในพื้นที่ของอบต.ดอนกลาง ภายในป่าพบหลุมหินดังกล่าวนับร้อยหลุม สำหรับความมหัศจรรย์ของหินร่องหรือหลุมหิน จากการสำรวจพบลักษณะเป็นรูปทรงกลมมีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ บางหลุมมีเส้นผ่าศูนย์กลาง กว้าง 4-5 เมตร ลึกถึง 1-3 เมตรก็มี แต่ละหลุมมีน้ำขังอยู่ตลอดปี บางหลุมมีน้ำใสสะอาดเป็นประกายแวววาว ชาวบ้านที่ทำไร่ทำนาอาศัยน้ำในหลุมหินเหล่านี้บริโภคและเลี้ยงสัตว์ ปัจจุบันป่าแห่งนี้เริ่มฟื้นตัวกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาธรรมชาติของชุมชน ผู้เข้ามาจะได้ซึมซับธรรมชาติและรู้จักพรรณไม้ต่างๆ รวมทั้งประโยชน์ทางด้านสมุนไพร ดอนกลาง โกสุมพิสัย มหาสารคาม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
17 บึงบอน บึงบอน ตั้งอยู่ที่ ตำบลหัวขวาง เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ 120 ไร่ และมีถนนรอบบึง โดยมีความกว้าง 5 เมตร ยาว 2,689 เมตร มีทัศนียภาพที่สวยงาม นับว่าเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจอีกแห่งหนึ่ง หัวขวาง โกสุมพิสัย มหาสารคาม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
18 ศาลานางขาว ศาลานางขาวอยู่ที่บ้านกู่โนนเมือง ตำบลกู่สันตรัตน์ อำเภอนาดูน อยู่ในเขตคันดินเมืองโบราณจัมปาศรี ตัวอาคารด้านหน้า ก่อเป็นแนวศิลาแลงจตุรมุข ตัวอาคารหลักตั้งอยู่ถัดมาทางทิศตะวันตก ประมาณ 30 เมตร ประกอบด้วยอาคารจตุรัสย่อมุม มีมุขด้านทิศตะวันออกยาวกว่าด้านอื่น จากการสำรวจได้พบโบราณวัตถุหลายชิ้น มีศิลาจารึกขนาดเล็กอยู่ 1 หลัก จารึกด้วยอักษรขอมโบราณภาษาเขมร พบภาชนะดินเผาจำนวนหนึ่ง กู่สันตรัตน์ นาดูน มหาสารคาม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
19 กู่น้อย กู่น้อย ปราสาทหินที่เป็นศาสนสถาน สภาพเป็นเนินดินอยู่กลางทุ่งนา มีคูน้ำรูปสี่เหลี่ยมล้อมรอบ บริเวณกลางเนิน มีส่วนฐานของอาคารศิลาแลงใสกรอบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าอยู่ 1 ชั้น พบฐานรูปเคารพหินทรายทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส เมื่อพิจารณาจากลักษณะ และแผนผังของโบราณสถานแล้ว สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นสถาปัตยกรรมที่เรียกว่าปราสาทหิน ที่สร้างขึ้นในศิลปะแบบเขมร ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16-17มีประเพณีสรงกู่ที่ชุมชนทำกันมาแต่โบราณ หรือการนมัสการสถานที่สำคัญแบบอีสาน พระธาตุ นาดูน มหาสารคาม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
20 โบราณสถานกู่บัวมาศ โบราณสถานกู่บัวมาศ อยู่ที่บ้านนกกอก ตำบลบัวมาศ อำเภอบรบือ มีลักษณะเป็นศาสนสถานก่อด้วยศิลาแลง มีกำแพงศิลาแลงล้อมรอบ ภายในมีอาคารประธานก่อด้วยศิลาแลง และด้านบนก่อด้วยอิฐเสริมในสมัยหลัง กำแพงด้านทิศตะวันตกมีร่องรอยคล้ายซุ้มประตูทางเข้า ด้านนอกมีคูน้ำรูปเกือกม้าล้อมรอบอีกชั้นหนึ่ง สันนิษฐานว่า เป็นสถาปัตยกรรมขอม ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16-17 เป็นสถานที่เหมาะกับการศึกษาทางประวัติศาสตร์ บัวมาศ บรบือ มหาสารคาม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
ลิขสิทธิ์ © 2561 กรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism)
สนามกีฬาแห่งชาติ ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 เบอร์โทร : 0-2219-4010-7 แฟกซ์ : 0-2216-6906 อีเมล : [email protected]