ที่มา : กองพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
ข้อมูล ณ วันที่ 1 เมษายน 2561
ลำดับ ชื่อแหล่งท่องเที่ยว ประวัติความเป็นมา ตำบล/แขวง อำเภอ/เขต จังหวัด ภูมิภาค ประเภทแหล่งท่องเที่ยว
1 กลุ่มทอผ้าบ้านไผ่งาม เริ่มก่อตั้งขึ้นโดยการรวมตัวของแม่บ้านเพื่อทอผ้าไว้ใช้ในครัวเรือน เป็นการทอผ้าด้วยกี่พื้นเมือง เป็นลายน้ำไหลแบบโบราณ ในเวียง เมืองน่าน น่าน ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
2 ลำน้ำว้า (ล่องแก่ง) อยู่ในเขตอำเภอแม่จริม ห่างจากตัวเมืองน่าน ประมาณ 60 กิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำที่ไหลไปลงแม่น้ำน่านที่อำเภอเวียงสา สภาพป่าเป็นป่าดิบเขา ป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ มีสัตว์ป่าหลายชนิด น้ำปาย แม่จริม น่าน ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
3 ดอยเสมอดาว เป็นจุดที่ชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ซึ่งสามารถมองเห็นได้รอบทิศทาง เห็นวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำน่านที่ทอดยาวในหุบเขา และเห็นยอดผาชู้ที่ตั้งตระหง่านอยู่ข้างหน้า รวมทั้งมองเห็นบ้านพักและที่ทำการอุทยานฯ นาน้อย นาน้อย น่าน ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
4 ป่าชุมชนศิลาแลง พื้นที่ทั้งหมด 10,125 ไร่ เป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ห่างจากที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลศิลาแลง 3 กิโลเมตร ศิลาแลงเป็นตำบลหนึ่งในอำเภอปัว จังหวัดน่าน มีพื้นที่ 98 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 7 หมู่บ้าน โดยมีพื้นที่ป่าชุมชน 10,125 ไร่ มีประชากรจำนวน 7,485 คน ซึ่งส่วนใหญ่มีเชื้อสายไทลื้อ ศิลาแลงถูกยกสถานะเป็นตำบล ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2506 ชุมชนศิลาแลงมีความสัมพันธ์กับป่ามาแต่อดีต ในช่วงป่าอุดมสมบูรณ์มีผู้คนที่อาศัยอยู่น้อย ส่วนใหญ่เป็นชาวไทลื้อที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ริมแม่น้ำกูน ซึ่งมีการอพยพหาทำเลที่ทำกินใหม่เป็นระยะๆ ต่อมาได้เริ่มทำนาและบุกเบิกระบบเหมืองฝาย นอกจากนี้ ยังมีการหาของป่าและล่าสัตว์ในบริเวณป่าใกล้เคียง โดยในช่วงหลังมีการรุกรานป่ามากขึ้น จุดเร่งของการทำลายป่ามากขึ้น คือ ช่วงที่มีการอพยพชาวเขา (ปี พ.ศ. 2508 - 2512) ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาลทหารใช้วิธีการ "แยกสลายพรรคคอมมิวนิสต์" โดยได้อพยพชาวเขาบนดอยภูคาไปอยู่ในสถานที่ที่ทหารสามารถดูแลได้ ชาวเขาเหล่านี้ได้เปิดป่าใหม่เพื่อเพาะปลูกในการเลี้ยงชีพ และตัดไม้เพื่อสร้างที่อยู่อาศัย แม้ชาวไทยลื้อเองก็เปลี่ยนความคิด จากเดิมใช้ไม้ไผ่มาเป็นไม้เนื้อแข็ง และเปลี่ยนการมุงหลังคาด้วยจากเป็นมุงหลังคาด้วยกระเบื้อง คนเมืองก็รุกพื้นที่ป่าบนดอยมากขึ้น ทั้งเพื่อเพิ่มที่ทำกินและการตัดไม้แปรรูปขาย ต่อมารัฐได้ให้สัมปทานการทำไม้แก่เอกชน ทำให้พื้นที่ป่าลดลงมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งช่วง ปี พ.ศ. 2510 พ่อหลวงเมืองดีปรีดาวงศ์ (ปี พ.ศ. 2510 - 2520) กำนันตำบลศิลาแลง ได้ขอความร่วมมือให้สภาตำบลออกกฎห้ามตัดไม้ริมแม่น้ำและลำห้วย ปีแรกๆ เริ่มที่ห้าสิบเมตรจากริมห้วย และต่อมาได้ขยายจนถึง 150 เมตร เมื่อเวลาผ่านไปเพียง 5 - 6 ปี ในที่สุดก็มีข้อกำหนดห้ามตัดไม้โดยสิ้นเชิง ต่อมาในช่วงพ่อหลวงธวัช ยั่งยืน (ปี พ.ศ. 2520 - 2534) มีการฝ่าฝืนกฎเกณฑ์เกิดขึ้น จึงมีการจัดระบบการตรวจป่า พร้อมทั้งยืดหยุ่นให้ขออนุญาตตัดไม้ได้จำนวนหนึ่งเพื่อใช้ในสิ่งที่จำเป็น พร้อมทั้งออกกฎเรื่องการห้ามทำไร่เลื่อนลอย ศิลาแลง ปัว น่าน ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
5 วนอุทยานถ้ำผาตูบ เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ศึกษาพันธุ์ไม้ เช่น จันทน์ผา เอื้องผึ้ง เที่ยวถ้ำ ชมหินงอกหินย้อย ชมทิวทัศน์อำเภอเมืองบนเขาป่าซาง วนอุทยานถ้ำผาตูบมีสภาพธรรมชาติอันงดงามตามธรรมชาติ กล่าวคือมีสภาพเป็นภูเขา มีหน้าผาสูงและมีถ้ำต่าง ๆ เช่น ถ้ำบ่อนึงทิพย์ ถ้ำพระ ถ้ำเบี้ย ถ้ำเจดีย์แก้ว ถ้ำขอน ถ้ำผาสวรรค์ แต่ละถ้ำเข้าชมได้และยังมีทางแยกขึ้นสู่ยอดเขาเพื่อชมทิวทัศน์รอบ ๆ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ในเมืองน่านได้ชัดเจน สำหรับบ่อน้ำทิพย์มีน้ำตลอดปีอยู่สูงจากระดับพื้นดิน ประมาณ 300 เมตร เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ของชาวบ้าน บริเวณปากถ้ำมีพรรณไม้หลายชนิดขึ้นอยู่ทำให้บรรยากาศร่มรื่น สวยงามร่มเย็นตลอดทั้งวัน ในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 5 (เหนือ) ชาวบ้านผาตูบ จะมีการจัดงานประเพณีปิดทองพระพุทธรูปซึ่งสถิตอยู่บริเวณเชิงเขาถ้ำพระ งานนี้เรียกว่า “งานถ้ำผาตูบ” ผาสิงห์ เมืองน่าน น่าน ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
6 ดอยขุนลาน ดอยขุนลานเป็นยอดดอยที่มีความสูงมากที่สุดในเขตอุทยานแห่งชาติแม่จริม และตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของพื้นที่ น้ำพาง แม่จริม น่าน ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
7 แก่งสะม้าเก้าบั้ง แก่งสะม้าเก้าบั้งเกิดจากการไหลของแม่น้ำน่าน ผ่านโขดหินมากมาย ทำให้เกิดเป็นเกาะแก่งที่งดงาม เหมาะแก่นักท่องเที่ยวในการล่องแก่ง ชมธรรมชาติ ตลอดลำน้ำน่าน มีผืนป่าชุมชนขนาดใหญ่อายุกว่าร้อยปี เป็นผืนป่าต้นน้ำที่มีลำน้ำสาขาหลายสายไหลลงสู่ลำน้ำ พระพุทธบาท เชียงกลาง น่าน ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
8 แหล่งเตาเผาและเครื่องเคลือบบ้านบ่อสวก ในอดีตเคยเป็นแหล่งผลิตเครื่องเคลือบภาชนะดินเผาที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองน่าน สันนิษฐานว่าการผลิตเครื่องเคลือบที่บ้านบ่อสวกเริ่มขึ้นในสมัย พ.ศ.2072 ตั้งอยุ่ที่หมู่ 10 บ้านบ่อสวก ในอดีตเคยเป็นแหล่งผลิตเครื่องเคลือบภาชนะดินเผาที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองน่าน มีรูปแบบและกรรมวิธีการผลิตเป็นลักษณะเฉพาะของตัวเอง คาดว่าเครื่องเคลือบภาชนะดินเผาจากบ้านบ่อสวกเคยได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะได้ขุดพบตามแหล่งฝังศพของคนในสมัยก่อน โดยเฉพาะแถบเทือกเขาในอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ต่อเนื่องไปจนถึงจังหวัดตาก และกำแพงเพชร สันนิษฐานว่าการผลิตเครื่องเคลือบที่บ้านบ่อสวกเริ่มขึ้นและพัฒนาในสมัยเจ้าพระยาพลเทพฤาชัย (พ.ศ.2071-2102) ซึ่งเป็นยุคสมัยแห่งความรุ่งเรืองของเมืองน่าน วิทยาการเตาเผาและเครื่องเคลือบเมืองน่านได้รับจากกลุ่มสันกำแพง กลุ่มกาหลง ซึ่งเป็นกลุ่มเตาใกล้นครเชียงใหม่ เตาเผาแห่งนี้ได้รับการสำรวจและศึกษาเบื้องต้น โดยกองโบราณคดี กรมศิลปากร มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 เป็นแหล่งโบราณคดีชุมชน อยู่ห่างจากตัวเมือง 17 กิโลเมตร ในเขตบ้านพักของ จ.ส.ต.มนัส และคุณสุนัน ติคำ พบเตาเผา ลักษณะเตาหันหน้าเข้าหาแม่น้ำเพื่อสะดวกในการขนส่ง ภายในเป็นโพรงใหญ่เพื่อให้คนเข้าไปข้างในได้ เตามีความลาดเอียงและมีปล่องระบายอากาศอยู่ด้านบน เตาโบราณ 2 เตาได้รับการบูรณะ และก่อสร้างอาคารถาวรคลุม ส่วนบริเวณใต้ถุนบ้าน จ่ามนัสจัดเป็นนิทรรศการแสดงโบราณวัตถุจากแหล่งเตาเผา สวก เมืองน่าน น่าน ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
9 อุทยานแห่งชาติขุนน่าน อุทยานแห่งชาติขุนน่านเป็นพื้นที่ที่ได้รับประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติตามพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าดอยภาและป่าผาแดงในท้องที่ตำบลดงพญา ต.บ่อเกลือ ต.ภูฟ้า อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2552 วันที่ 15 ก.ค. 52 บ่อเกลือใต้ บ่อเกลือ น่าน ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
10 ดอยภูแว (อุทยานแห่งชาติดอยภูคา) ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติดอยภูคา เป็นดอยสูงชัน พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยทุ่งหญ้าและมีลานหินกระจายอยู่หลายแห่ง เช่น ผาแอ่น ผาผึ้ง เมื่อถึงช่วงฤดูหนาวเป็นที่นิยมเดินขึ้นยอดดอยภูแวเพื่อชมบรรยากาศยามดวงอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่ปกคลุมไปทั่วหุบเขา ภูคา ปัว น่าน ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
11 ถนนลอยฟ้า มีถนนบนภูเขาที่สูงซึ่งเป็นเขตรอยต่อชายแดนไทย-สปป.ลาว เสียดฟ้าจนได้ชื่อว่า ถนนลอยฟ้า สามารถชมทัศนียภาพที่ สวยงามสองข้างทาง จะพบทะเลหมอกในช่วงฤดูหนาว ห้วยโก๋น เฉลิมพระเกียรติ น่าน ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
12 วัดมิ่งเมือง ลักษณะทางสถาปัตยกรรม ของวิหารหลังเดิม คงเป็นช่างฝีมือแบบสถาปัตยกรรมล้านนา ต่อมาภายหลังได้มีการบูรณะปรับปรุงซ่อมแซม เปลี่ยนแปลงรูปแบบ กลายเป็นสถาปัตยกรรม ที่ผสมผสานกับแนวความคิดสมัยใหม่ ในเวียง เมืองน่าน น่าน ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
13 ถ้ำผาฆ้อง เป็นถ้ำขนาดกลางบริเวณปากถ้ำจะมีขนาดเล็ก ภายในถ้ำจะมีหินงอกหินย้อยและลำธารไหลผ่าน เป็นน้ำตกขนาดกลาง บริเวณปากถ้ำจะมีขนาดเล็ก ในถ้ำมีคูหาซึ่งมีหินงอกหินย้อย มีทางน้ำไหลผ่าน พื้นถ้ำเป็นดินเหนียวลื่นมาก ไม่ควรเข้าชมในช่วงฤดูฝนเพราะอาจมีน้ำท่วมในถ้ำ ควรติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง การเดินทาง ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 7 กิโลเมตร และต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ภูคา ปัว น่าน ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
14 ถ้ำผาหลัก ถ้ำเก่าแก่มีอายุกว่า 100 ปี ถ้ำผาหลัก ตั้งอยู่ที่บ้านผาหลัก หมู่ที่ 3 ตำบลยอด อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน เป็นถ้ำที่เป็นที่เหมือนเป็นทางน้ำไหล มีหินงอกหินย้อยที่สวยงามมาก ข้างในถ้ำผาหลักมีถ้ำเล็กถ้ำน้อยมากมาย บริเวณข้างล่างของถ้ำเป็นที่ตั้งของสำนักสงฆ์ผาหลัก นาน้อย นาน้อย น่าน ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
15 ถ้ำบ่อทิพย์ ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม ตั้งอยู่ในเขต วนอุทยานถ้ำผาตูบ ถ้ำบ่อน้ำทิพย์ ภายในถ้ำเป็นห้องโถง กว้างประมาณ 30 ตารางวา มีปล่องเพดานให้แสงสว่าง มีหินย้อยรอบถ้ำ ผนังด้านหนึ่งมีซอกเว้าลึกเป็นโพรง มีแอ่งน้ำรูปไข่ป้อมมีน้ำขังตลอดปี ยึดถือเป็นน้ำศักสิทธิ์ ผาสิงห์ เมืองน่าน น่าน ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
16 น้ำตกภูฟ้า น้ำตกขนาดใหญ่ที่มีน้ำไหลลดหลั่นลงมา 12 ชั้น ท่ามกลางป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ น้ำไหลตลอดปี น้ำตกภูฟ้า เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูคา สูงประมาณ 140 เมตร มีทั้งหมด 12 ชั้น ใช้เวลาไป-กลับ ชมน้ำตก 3 วัน 2 คืน ควรติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง สิ่งอำนวยความสะดวก ในบริเวณอุทยานแห่งชาติดอยภูคา มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ บริเวณที่ทำการอุทยานฯ และลานดูดาวซึ่งเป็นจุดชมทิวทัศน์ได้ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ตามถนนสายปัว-บ่อเกลือ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตรในบริเวณพื้นที่กางเต็นท์ทั้ง 2 แห่งนี้ มีห้องน้ำ และห้องสุขาไว้บริการแก่นักท่องเที่ยว จองบ้านพักที่งานบ้านพักสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรุงเทพฯ สามารถจองล่วงหน้าได้ 60 วัน ห้องพักราคา 800 บาทต่อคืน โทร. 0 1960 0477, 0 2562 0760, 0 5462 6770 และ www.dnp.go.th หนองแดง แม่จริม น่าน ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
17 ภูพยัคฆ์ ภูพยัคฆ์เป็นพื้นที่สีแดงในอดีต มาบัดนี้ได้กลายเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดน่านไปแล้ว ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางไปเยี่ยมชม อนุสรณ์สถานภูพยัคฆ์ ขุนน่าน เฉลิมพระเกียรติ น่าน ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
18 น้ำตกตาดม่าน น้ำตกตาดม่านมีน้ำไหลตลอดปี สภาพน้ำตกมีลักษณะเป็นชั้นหินสลับซับซ้อน ลดหลั่นเป็นชั้น ๆ จำนวน 6 ชั้น บริเวณน้ำตกยังมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ ที่เหมาะแก่การแหวกว่าย พักผ่อน นับว่าเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามตามธรรมชาติแห่งหนึ่งของจังหวัดน่าน อีกทั้งสภาพป่าไม้ยังมีสภาพที่อุดมสมบูรณ์ สำหรับน้ำตกทั้ง 6 ชั้น มีชื่อเรียกกันตั้งแต่อดีตดังนี้ คือ ตาดม่าน ผาคันไถ ผาหัวช้าง ผาจ้อม ตาดลิง และตาดหมอก (ห้วยหก) พระพุทธบาท เชียงกลาง น่าน ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
19 วัดหนองแดง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2330 โดยชาวไทลื้อร่วมกับไทพวน องค์พระประธานสร้างโดยครูบาสิทธิการ พระวิหารบูรณะครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2492 และบูรณะต่อมาในปี พ.ศ. 2538 แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2539 ภายในวัดมีลานกว้างร่มรื่น ช่อฟ้าพระอุโบสถสลักรูปนกหัสดีลิงค์ (ศีรษะเป็นช้าง ตัวเป็นหงส์) ซึ่งชาวไทลื้อเชื่อว่าเป็นสัตว์ชั้นสูงจากสวรรค์ เชิงชายประดับไม้ฉลุลายน้ำหยาด ซึ่งเป็นลวดลายเฉพาะของชาวไทลื้อ องค์พระประดิษฐานบนฐานชุกชี เรียกว่า นาคบัลลังก์ จากความเชื่อที่ว่านาคเป็นเครื่องหมายแห่งความสง่างาม ความดี และเป็นอารักษ์แห่งพุทธศาสนา เปือ เชียงกลาง น่าน ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
20 วัดบ้านดอนมูล ชุมชนไทลื้อ ที่อพยพตามเจ้าเมืองมาไทยยังคงวิถีชีวิตวัฒนธรรม ดั้งเดิม มีวัดที่สะท้อนถึงความเป็นไทลื้อและชาวบ้านยังสวมใส่เสื้อผ้า ที่แสดงความเป็นเอกลักษณ์ในวันสำคัญ ศรีภูมิ ท่าวังผา น่าน ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
ลิขสิทธิ์ © 2561 กรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism)
สนามกีฬาแห่งชาติ ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 เบอร์โทร : 0-2219-4010-7 แฟกซ์ : 0-2216-6906 อีเมล : [email protected]