ที่มา : กองพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
ข้อมูล ณ วันที่ 1 เมษายน 2561
ลำดับ ชื่อแหล่งท่องเที่ยว ประวัติความเป็นมา ตำบล/แขวง อำเภอ/เขต จังหวัด ภูมิภาค ประเภทแหล่งท่องเที่ยว
101 น้ำตกห้วยแม่สัก น้ำตกห้วยแม่สัก สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 480 เมตร เป็นน้ำตกชั้นเดียวขนาดเล็กสูงประมาณ 15 เมตร มีน้ำไหลตลอดปี พื้นที่โดยรอบน้ำตกเป็นป่าที่สมบูรณ์ร่มรื่น และมีทิวทัศน์งดงาม ทุ่งก่อ เวียงเชียงรุ้ง เชียงราย ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
102 วัดเจ็ดยอด เป็นวัดเก่าแก่ของเมืองเชียงรายอีกแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2387 มีเนื้อที่ 2 แปลง แปลงที่ 1 มีเนื้อที่ 11 ไร่ 2 งาน 94.8 ตารางวา และแปลงที่ 2 มีเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 88.2 ตารางวา วัดแห่งนี้ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2481 ประกอบพิธีผูกพัทธสีมา เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2487 ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2521 วัดเจ็ดยอด เป็นที่ตั้งสำนักงานคณะสงฆ์จังหวัดเชียงราย และยังเป็นที่ตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรมจังหวัดเชียงรายอีกด้วย รวมทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนนิยมเข้ามาชมความสวยงามของวัดแห่งนี้ ภายในบริเวณวัดเจ็ดยอด มีพื้นที่กว้างขวาง บรรยากาศภายในวัดค่อนข้างร่มรื่นจาก ต้นไม้ใหญ่จำนวนมาก มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลทำความสะอาดเป็นประจำ จัดตั้งถังขยะไว้ตามจุดต่างๆ อย่างเป็นระเบียบ ด้วยความที่เป็นวัดที่มีคนนิยมเข้ามาท่องเที่ยว ไหว้พระเสริมความเป็นสิริมงคล และมีจุดพักชมวิวที่สวยงาม ทำให้มีนักท่องเที่ยว เข้ามาแวะเวียนภายในวัดเป็นจำนวนมาก เวียง เมืองเชียงราย เชียงราย ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
103 น้ำตกขุนต้า อยู่บริเวณใกล้อ่างเก็บน้ำบ้านต้า เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่ยังไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากนัก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกที่หนึ่งซึ่งให้ความสวยงามไม่แพ้ที่เที่ยวไหนๆ เลย อากาศที่เย็นสบายเหมาะแก่การพักผ่อน มีสายน้ำใสเหมาะสำหรับการลงไปเล่น พักผ่อน ต้า ขุนตาล เชียงราย ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
104 พระธาตุปูล้าน พระธาตุล้านปูเป็นวัดเก่าแก่มีองค์เจดีย์อายุร่วม 700 ปี และมีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ให้ศึกษา ไม้ยา พญาเม็งราย เชียงราย ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
105 วัดพระธาตุดอยเวา เป็นวัดอันเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุดอยเวา พระธาตุที่เชื่อกันว่า มีความเก่าแก่เป็นรองพระธาตุดอยตุง พระธาตุดอยเวานั้น ตั้งอยู่บนยอดดอยเวา แต่พระอุโบสถและเขตสังฆาวาสจะอยู่ที่เชิงดอย ผู้ที่จะขึ้นไปนมัสการต้องเดินขึ้นบันไดไปนมัสการ ซึ่งข้างบนเป็นจุดชมทัศนียภาพสองฝั่งสาย สามารถเห็นทัศนียภาพได้รอบทิศ พระธาตุดอยเวา สร้างใน พ.ศ. 296 ในรัชสมัยพระองค์เวา รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์สิงหนวัติ ผู้ครองนครโยนกนาคพันธุ์ โดยชื่อนั้นได้นำมาจากพระนามของพระองค์เวา ต่อมาพระธาตุเจดีย์ได้พังลงตามกาลเวลา นายบุญยืน ศรีสมุทร คฤหบดีอำเภอแม่สาย ได้ร่วมกับ พระภิกษุดวงแสง รัตนมณี พร้อมด้วย ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนผู้มีจิตศรัทธา และกรมศิลปากร ร่วมกันจัดสร้างขึ้นใหม่ ในการขุดแต่งครั้งนี้ พบผอบหินสีดำ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ 5 พระองค์ จึงได้อัญเชิญขึ้นประดิษฐานในองค์พระธาตุดังเดิม มีการวางศิลาฤกษ์ในวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2494 และสร้างเสร็จพร้อมฉลองสมโภชพระธาตุในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498 โดยมีพุทธบริษัททั้งสองประเทศร่วมงานอย่างคับคั่ง ปัจจุบันมีประเพณีนมัสการพระธาตุในทุกๆ ปี โดยจะจัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 เหนือ (ตรงกับเดือน 3 ใต้ คือ วันมาฆบูชา) และมีประเพณีสรงน้ำพระธาตุ ในวันสงกรานต์ของทุกปี บริเวณโดยรอบองค์พระธาตุบนยอดนั้น ยังเป็นที่ตั้งของไพชยนต์ปราสาท ซึ่งเป็นวิหารขนาดเล็ก ประดิษฐานพระแก้วมรกตจำลอง (หรือโดยนัยว่าเป็นพระอินทร์) และมีรูปปั้นแมงป่องยักษ์ เพื่อรำลึกถึงพระองค์เวา ("เวา" ภาษาล้านนา แปลว่า แมงป่อง) และมีพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ให้สักการบูชา นอกจากนี้ ยังมีจุดชมทัศนียภาพสองฝั่งสายด้วย ปัจจุบันได้มีถนนขึ้นและลงดอยแล้ว เป็นถนนคอนกรีตอย่างดี ใช้ได้ทุกฤดูกาล แต่ทางค่อนข้างชัน เวียงพางคำ แม่สาย เชียงราย ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
106 ถ้ำพระฤาษี เป็นถ้ำขนาดเล็ก มีความสงบ ร่มเย็น มีหินงอกหินย้อย - ป่าแดด เชียงราย ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
107 น้ำตกขุนกรณ์ (อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก) เป็นน้ำตกที่อยู่ในเขตจังหวัดหนองคาย อยู่ติดกับแม่น้ำโขงเดินป่าศึกษาธรรมชาติ เล่นน้ำตก แม่กรณ์ เมืองเชียงราย เชียงราย ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
108 ดอยผาตั้ง เป็นจุดชมวิวไทย - ลาว สองฝั่งโขง ทะเลหมอก ดอกซากุระบานสะพรั่งงดงาม พื้นที่ปลูกพืชเมืองหนาว เช่น บ๊วย ท้อ สาลี่ แอปเปิ้ล และชา เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวจีนฮ้อ ม้ง และเย้า โดยเฉพาะชาวจีนฮ่อนั้นอดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของกองพล 93 ซึ่งอพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ดอยผาตั้งนีีี้ ปอ เวียงแก่น เชียงราย ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
109 วัดร่องขุ่น เป็นวัดที่สร้างขึ้นจากแรงศรัทธาของ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินของจังหวัดเชียงราย เพื่อมุ่งสร้างงานพุทธศิลป์ที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองและประกาศความยิ่งใหญ่ต่อคนทั้งโลกเพื่อถวายต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ป่าอ้อดอนชัย เมืองเชียงราย เชียงราย ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
110 บ้านหล่อชา (อาข่า) เป็นแหล่งท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวจะได้สัมพัสกับวัฒนธรรมของชนเผ่าอาข่าหรือที่ชาวพื้นราบเรียกว่าอีก้อ ซึ่งประเพณีที่ทุกคนรู้จักกันดีคือเทศกาลประเพณีโล้ชิงช้า ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือน “ฉ่อลาบาลา” ตรงกับปลายเดือนสิงหาคม-ถึงต้นเดือนกันยายนของทุกปี ซึ่งจากตำนานได้เล่าว่า ผู้นำในสมัยนั้น นึกอยากจะแกล้วให้คนจนประสบความทุกข์ยากลำบาก จึงได้มีกำหนดพิธีการโล้ชิงช้าเป็นเวลา 33 วัน ซึ่งช่วงเวลาที่มีพิธีกรรมนั้น ประสงค์อยากให้คนจนอดตายเพราะโดยปกติเวลาที่มีพิธีกรรมห้ามทำมาหากินเมื่อเป็นเช่นนี้ คนจนจึงได้ตระเตรียมผลไม้เผือกมันที่มีอยู่ในป่าเอามาเก็บไว้ในบ้านเป็นจำนวนมาก ส่วนคนรวยก็เตรียมเช่นกัน เพื่อที่จะมีไว้บริโภคในช่วงเทศกาลโล้ชิงช้า เมื่อเริ่มพิธีกรรมได้ระยะหนึ่ง พวกคนรวยที่เตรียมข้าวสารไว้บริโภคนั้นเริ่มหมดก่อน ส่วนคนจนยังมีพอจะกินเพราะเตรียมไว้มาก ดังนั้นคนรวยที่คิดจะแกล้ง คนจนให้อดตายนั้นไม่เป็นตามที่คาดไว้ ดังบทเพลงโล้ชิงช้าจะมีอยู่ตอนหนึ่งว่า “คิดอยากจะโลชิงช้า คนรวยจะตายก่อน “ด้วยเหตุนึ้จึงได้ย่นพิธีกรรมจัดเทศกาลโลชิงช้ามาเป็นเวลา 4 วัน ดังปัจจุบันซึ่งถือเอาวันที่ว่างและมีฝนตกมากมาจัดพิธีกรรม อาข่าเรียกเทศกาลโล้ชิงช้านี้ว่า “แย้ ขู่ จ๋า เออ”แปลว่า “กินในหน้าฝน” ดังนั้นการจัดพิธีโลชิงช้าจึงจัดเพื่อเป็นการฉลองให้กับพืชผล ที่มีความเจริญงอกงามและรอการเก็บเกี่ยว ตลอดจขนการรำลึกและให้เกียรติกับสตรี ป่าตึง แม่จัน เชียงราย ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
111 วัดถ้ำพระผางาม หรือ วัดถ้ำพระผาคอก ศูนย์ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานวัดถ้ำพระผางาม (วัดถ้ำพระผาคอก) เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ ผางาม เวียงชัย เชียงราย ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
112 ถ้ำเสาหินพญานาค ถ้ำเสาหินพญานาค ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดถ้ำเสาหินพญานาค ซึ่งมีอ่างเก็บน้ำอยู่หน้าถ้ำ ต้องเดินข้ามสะพานผ่านอ่างเก็บน้ำเข้าไปถึงถ้ำ การเดินทางไปถ้ำนี้สามารถไปได้ ทั้งทางน้ำและทางบก โดยการเดินลัดเลาะตามขอบอ่างเก็บน้ำทางทิศใต้ปากถ้ำวัดความกว้างได้ประมาณ 4.70 เมตร สูงประมาณ 2.40 เมตร ลักษณะของถ้ำเป็นโพรงสูงขึ้นในแนวดิ่งหินงอก มีลักษณะเป็นแท่ง ๆ ซ้อนกันคล้ายเสาบ้านชาวบ้านจึงเรียกถ้ำนี้ว่า ถ้ำเสาหิน ซึ่งมีลักษณะเป็น 3 ชั้นคือ ชั้นที่ 1ลึกจากปากถ้ำเข้าไปประมาณ 20 เมตรมีลักษณะเป็นแท่งนี้มีทางเดินทะลุเป็นช่อง (ปล่อง)เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.50 เมตร แสงอาทิตย์ สามารถทะลุผ่านได้ทำให้มองเห็นทิวทัศน์ภายในถ้ำแห่งนี้ให้สวยงามตระการตายิ่งนัก ชั้นที่ 2 มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันต้องปีนป่ายขึ้นบันไดระยะทางประมาณ 10 เมตร เป็นแท่งหินสวยงามและเด่นชัดกว่าชั้นที่ 1 ด้านทิศตะวันออกมีทางเดินสามารถทะลุผ่านเป็นทางออกของถ้ำทางหนึ่งซึ่งมีความกว้างประมาณ 4 เมตร ชั้นที่ 3 สามารถปีนป่ายไปตามแง่หินขึ้นไปประมาณ 15 เมตร เป็นแท่งหินสูงต่อ จากนั้นจะเป็นเหวลึกประมาณ 40 เมตร และทางขึ้นลงชันประมาณ 80 องศา การเดินทางช่วงนี้ควรใช้อุปกรณ์ช่วยจึงจะปลอดภัยถ้ำแห่งนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบผจญภัยและท้าทายให้ไปพิสูจน์ยิ่งนัก โป่งงาม แม่สาย เชียงราย ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
113 จุดชมวิวดอยนางนอน จุดชมวิวดอยนางนอน ตั้งอยู่ตำบลแม่จัน อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ดอยนางนอนนับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงราย ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอแม่สาย เป็นเทือกเขาแดนลาวทอดตัวแนวยาวเหยียดเป็นแนวเหนือจดใต้ คนทั่วไปทราบดีว่าเทือกเขานี้ใช้เป็นเส้นพรหมแดนแบ่งเขตระหว่าง รัฐฉาน สหภาพเมียนม่าร์กับเชียงรายราชอาณาจักรไทยบริเวณตอนเหนือ ตอนบนของภูเขาเรียกว่า ดอยนางนอน เป็นที่ตั้งของพระธาตุดอยตุงอันเป็นปูชนียสถานสำคัญของภูมิภาคนี้ อีกทั้งเป็นที่ประทับของสมเด็จย่า แม่ฟ้าหลวงของปวงชนชาวไทย สำหรับเทือกเขาดอยนางนอนนี้ มีจุดสูงสุดคือ ผาช้างมูบ ซึ่งมีความสูงจากน้ำทะเลประมาณ 830 เมตร เรื่องตำนานดอยนางนอนนี้ เล่ากันว่านานมาแล้ว ณ เมืองเชียงรุ้ง สิบสองปันนา มีเจ้าหญิงองค์หนึ่งมีพระรูปงดงามเป็นที่ยิ่ง ได้แอบรักกับชายเลี้ยงม้าในวัง จึงหนีตามกันมาถึงที่ราบใกล้แม่น้ำโขง เมื่อเดินทางไปถึงที่นั่น เจ้าหญิงก็ทรงครรภ์ได้หลายเดือนแล้ว จึงเสด็จต่อไปไม่ไหว บอกพระสวามีว่าจะประทับรออยู่ที่นั่น สวามีก็บอกว่าจะไปหาอาหารมาให้ อย่าไปไหนนะ ชายหนุ่มก็ไปแล้วไปลับไม่กลับมาเสียที มาได้ข่าวอีกที ปรากฏว่าถูกฆ่าโดยทหารของพระราชบิดาเจ้าหญิงที่สะกดรอยตามมานั่นเอง ด้วยความเสียใจนางจึงใช้ปิ่นปักผม แทงพระเศียรของพระองค์จนเลือดไหลออกมาเป็นสาย กลายเป็นแม่น้ำแม่สายในทุกวันนี้และพระวรกายของพระองค์ที่นอนเหยียดยาวจากทิศใต้จรดทิศเหนือ ก็กลายเป็นดอยนางนอนจนทุกวันนี้ โดยส่วนของพระอุทร(ท้อง)ก็เป็นดอยตุงทางไปอำเภอแม่จัน มีขุนเขาทอดตัวคล้ายผู้หญิงนอนเหยียดยาว เรียกว่า ดอยนางนอน เดิมชื่อ ดอยตายสะหรือดอยสามเส้า ซึ่งเกี่ยวกันกับตำนานลาวจก เทวบุตรอย่างแนบแน่น ดอยส่วนที่ศีรษะเรียกว่า ดอยจ้อง หรือดอยจิกจ้อง (เดิมเรียกดอยนี้ว่า ดอยท่าหรือดอยต้า) เป็นดอยของลูกชายปู่เจ้าลาวจกที่รอคอยพ่อ ดอยลูกถัดมาเรียกว่า ดอยย่าเฒ่า ซึ่งเป็นภรรยาของปู่เจ้าลาวจก ส่วนดอยอีกลูกหนึ่งคือ ดอยดินแดง หรือดอยปู่เจ้าลาวจก หรือเป็นที่รู้จักกันดีในนามของ ดอยตุง เชื่อกันว่า ดอยทั้ง 3 นี้เป็นที่อยู่อาศัยเดิมของลาวจักราช ผู้เป็นต้นวงศ์ของพญามังราย ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายมาสร้างเมืองหิรัญนครเงินยาง เหนือดอยดินแดงเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุดอยตุง อันถือเป็นปฐมธาตุแห่งแรกของภาคเหนือ เวียงพางคำ แม่สาย เชียงราย ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
114 สำนักปฏิบัติธรรมถ้ำป่าอาชาทอง ตั้งอยู่ที่ ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ด้วยที่ตั้งอันห่างไกลจากหมู่บ้าน ทำให้การออกไปบิณฑบาตรในแต่ละเช้ามีอุปสรรค์เรื่องระยะทางเพราะแต่ละหมู่บ้านที่ออกบิณฑบาตรนั้นล้วนแต่อยู่ไกลจากวัดทั้งสิ้น ทำให้ ครูบาเหนือชัย พระ เณร ขี่ม้าบิณฑบาตร ซึ่งหมู่บ้านที่ไกลที่สุดอยู่หางจากวัดประมาณ 10 กิโลเมตร โดยทางส่วนใหญ่เป็นภูเขาและท้องนา ถึงแม้ว่าหมู่บ้านแต่ละหมู่บ้านจะไม่ได้อยู่ทางเดียวกัน ก็ไม่ได้ทำให้พระ เณร ย่อท้อแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้ามกลับรู้สึกว่า ยิ่งห่างไกลยิ่งต้องไป ไปเพื่อเผยแผพระพุทธศาสนา ศรีค้ำ แม่จัน เชียงราย ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
115 สถูปดอยช้างมูบ ในอดีต พื้นที่ป่าของดอยช้างมูบ ดอยที่สูงที่สุดของเทือกเขาดอยตุง เป็นป่าเสื่อมโทรมและโล่งเตียน เป็นแหล่งปลูกฝิ่นและการทำไร่เลื่อนลอย เมื่อครั้งสมเด็จพระศรีนคริทราบรมราชชนนีเสด็จมาเยือน จึงทรงมีพระราชประสงค์ให้ฟื้นฟูผืนป่าแถบนี้ให้อุดมสมบูรณ์อีกครั้ง โดยก่อตั้งโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ขึ้น เพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เป็นสวน รุกขชาติ แม่ฟ้าหลวง แม่ฟ้าหลวง เชียงราย ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
116 น้ำพุร้อนทุ่งเทวี เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ค่อนข้างเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งในท้องที่และพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง โดยบ่อน้ำพุร้อนตั้งอยู่ที่บ้านโป่งเทวี ต.บ้านโป่ง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ภายในบ่อน้ำพุร้อนประกอบไปด้วย บ่อน้ำพุร้อน ที่มีการก่อปูนล้อบรอบแหล่งเกิดน้ำพุร้อน กว้าง 15 เมตร ยาว 20 เมตร โดยประมาณ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่บริเวณโดยรอบ บ้านโป่ง เวียงป่าเป้า เชียงราย ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
117 น้ำพุร้อนห้วยหมากเลี่ยม เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติเกิดจากความร้อนใต้พิภพ มีน้ำร้อนผุดตลอดเวลา เป็นที่นิยมนำไข่ไปแช่ บริเวณโดยรอบมีทิวทัศน์แม่น้ำกกที่สวยงาม มีสถานที่กางเต็นท์พักแรม ดอยฮาง เมืองเชียงราย เชียงราย ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
118 เมืองโบราณดงเวียงแก่น เมืองโบราณดงเวียงแก่น ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 บ้านม่วง ตำบลม่วงยาย อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย อยู่ห่างจากตัวอำเภอเวียงแก่น ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 200 เมตร เป็นเมืองโบราณ ตั้งอยู่บนเนินสูงราว 30 – 35 เมตร เนื้อที่ประมาณ 286 ไร่ 1 งาน 86.09 ตารางวา เป็นพื้นที่ป่ารกทึบ มีพืชพันธุ์ทางธรรมชาติ สมุนไพร และสัตว์ป่านานาชนิด ปัจจุบันได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้ว เป็นพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาลตำบลม่วงยาย เมืองโบราณดงเวียงแก่น ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 บ้านม่วง ตำบลม่วงยาย อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย อยู่ห่างจากตัวอำเภอเวียงแก่น ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 200 เมตร เป็นเมืองโบราณ ตั้งอยู่บนเนินสูงราว 30 – 35 เมตร เนื้อที่ประมาณ 286 ไร่ 1 งาน 86.09 ตารางวา เป็นพื้นที่ป่ารกทึบ มีพืชพันธุ์ทางธรรมชาติ สมุนไพร และสัตว์ป่านานาชนิด ปัจจุบันได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้ว เป็นพื้นที่รับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลม่วงยาย ตำนานสิงหลวัต ได้กล่าวไว้ว่าเขตเมืองผาแดง (เชียงของ) ทางทิศตะวันออก มีแคว้นตั้งแต่เมืองผาแง (ผาแล) ล่องมาถึงแจ๋มแกด (แจมป๋อง) ซึ่งก็ถือได้ว่า เวียงแก่นในอดีต เป็นเมืองบริวารที่ขึ้นตรงกับเมืองผาแดงมาก่อน มีชุมชนเมืองโบราณที่มีสภาพชัดเจนอยู่หลายแห่งพอที่จะศึกษาค้นคว้าทางด้านประวัติศาสตร์ได้ เช่น โบราณสถานดงเวียงแก่น ซึ่งเป็นเมืองโบราณมีอายุประมาณ 700 กว่าปี ก่อนหรือหลังสถาปนานครเชียงใหม่เล็กน้อย มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 230 ไร่ มีลักษณะการสร้างเมืองเป็นรูปวงรี อยู่บนที่เนินสูง มีกำแพงคูเมืองล้อมรอบ 2 ชั้น คือมีคูด้านนอกกับคูด้านใน คูด้านนอกจะตื้นกว่าคูด้านใน คูด้านในจะลึกประมาณ 10 เมตร รอบตัวเมืองโบราณจะมีการขุดคูล้อมรอบอยู่ 3 ด้าน คือทางด้านทิศใต้ ทิศเหนือ และทิศตะวันออก ส่วนทางด้านทิศตะวันตกจะใช้ลำน้ำงาวใช้เป็นคูเมืองแทน เพราะมีร่องน้ำเดิมปรากฏอยู่บริเวณติดกับเขตของตัวเมืองอย่างเห็นได้ชัดเจน และยังมีคูเมืองด้านนอก และด้านในของทางทิศเหนือ และทิศใต้มาเชื่อมต่อร่องน้ำเดิมอย่างเห็นได้ชัด ในบริเวณพื้นที่ด้านใน จะมีกำแพงดินและคูเมือง จากทางทิศตะวันออก ผ่ากลางตัวเมืองรูปวงรี ทำให้แบ่งเขตบริเวณพื้นที่ด้านในออกเป็นสองส่วน คือ ส่วนทางทิศเหนือ และส่วนทางทิศใต้ พื้นที่ทางทิศเหนือจะมีพื้นที่มากกว่าพื้นที่ส่วนทางทิศใต้ บริเวณพื้นที่ทางทิศใต้ จะมีซากของเจดีย์อยู่ 3 แห่งและมีแท่นหินกลม ๆ มีรูอยู่ตรงกลางเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 เซนติเมตร ลึกประมาณ 10 เมตร เรียงกันเป็นแถวและมีระยะห่างกันประมาณ 3.40 เมตร สันนิษฐานว่าคงจะเป็นฐานเสาสิ่งปลูกสร้างบ้านเรือนหรือวัด บริเวณใกล้เคียงจะพบบ่อน้ำเก่า ๆ อยู่ห่างจากแท่นหินประมาณ 10 เมตร เป็นบ่อน้ำที่สร้างด้วยอิฐก่อขอบด้านใน เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 80 เซนติเมตร ส่วนบริเวณพื้นที่ทางทิศเหนือ จะมีซากเจดีย์เก่าอยู่ 2 แห่ง รวมทั้งหมดเป็น 5 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งจะถูกขุดเจาะเพื่อหาวัตถุโบราณทุกแห่ง บริเวณโดยรอบโบราณสถานเมืองโบราณ จะมีประตูทางเข้าออกอยู่ 2 ประตูใหญ่ ๆ คือประตูทางทิศตะวันตก อยู่ในบริเวณทางทิศใต้ของตัวเมืองด้านใน และมีแนวถนนแยกออกเป็นสองทางคือด้านซ้ายมือและทางด้านขวามือ ในเมื่อเดินเข้าประตูทางทิศตะวันตกถนนทางซ้ายมือจะเชื่อมกันกับถนนที่มีทางด้านบริเวณตัวเมืองด้านในส่วนทิศเหนือ ส่วนพื้นที่บริเวณตอนเหนือจะมีประตูเข้าอยู่ 2 ประตู ประตูใหญ่จะอยู่ทางทิศเหนือของตัวเมือง ประตูเล็กจะอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของตัวเมือง ซึ่งดูตามลักษณะแล้วจะเป็นประตูทางเดินขึ้นลง ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “ประตูหวาย” บริเวณด้านนอกกำแพงคูเมืองทางทิศเหนือ จะมีซากเจดีย์เก่าอยู่ 2 แห่ง และบริเวณใกล้กับเจดีย์จะพบสระเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีความยาวด้านละประมาณ 10 เมตร บริเวณด้านนอกกำแพงคูเมืองทางด้านทิศตะวันออก จะมีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่ 1 แห่ง ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า“หนองคัน”ห่างจากกำแพงดินด้านนอกทางทิศตะวันออกประมาณ30 เมตร แต่ปัจจุบันมีสภาพตื้นเขินมากเหลือเพียงเป็นสระน้ำขนาดเล็ก บริเวณล้อมรอบเปลี่ยนเป็นทุ่งนา บริเวณรอบกำแพงเมืองทางด้านทิศใต้ติดกับลำห้วยจ้อและที่ราบลุ่มซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “ป่าข้าวสาร” สันนิษฐานว่าคงจะเป็นแห่งเก็บสะสมเสบียงอาหาร บริเวณโดยรอบด้านนอกกำแพงคูเมืองด้านทิศตะวันตกติดกับที่ราบลุ่มจนไปถึงลำน้ำงาวในปัจจุบัน โบราณสถานดงเวียงแก่นในอดีต มีเมืองบริวารล้อมรอบดังนี้ - ทิศตะวันออก มีเมืองเวียงกอย ซึ่งปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ของบ้านยายใต้ หมู่ที่ 5 ตำบล ม่วงยาย อยู่ห่างจากโบราณสถานดงเวียงแก่นประมาณ 3.5 กิโลเมตร - ทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีเมืองเวียงดึงส์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ของบ้านม่วง ตำบลม่วงยาย อยู่ห่างจากโบราณสถานดงเวียงแก่นประมาณ 2 กิโลเมตร - ทิศใต้ มีอยู่ 2 เมือง คือเมืองเวียงดงปันฟ้า หัวเมืองทิศใต้ด้านใน ซึ่งปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ของบ้านไทยพัฒนา หมู่ที่ 6 ตำบลม่วงยาย อยู่ห่างจากโบราณสถานดงเวียงแก่นประมาณ 2.5 กิโลเมตร และเมืองเวียงดงเมือง ซึ่งเป็นบ้านปอกลาง ตำบลปอ ในปัจจุบัน อยู่ห่างจากโบราณสถานดงเวียงแก่น 12 กิโลเมตร - ทิศตะวันตกเฉียงใต้ มีเมืองเวียงดอยธาตุ ซึ่งอยู่บริเวณเขตรอยต่อ 3 หมู่บ้าน คือ บ้านหล่ายงาว บ้านหลู้ และบ้านทุ่งคำ อยู่ห่างจากโบราณสถานดงเวียงแก่นประมาณ 2.5 กิโลเมตร - ทิศตะวันตกมีเมืองเวียงบง ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่บ้านหล่ายงาว อยู่ห่างจากโบราณสถานดงเวียงแก่น ประมาณ 5 กิโลเมตร - ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีเมืองโบราณอยู่บ้านแจมป๋อง ซึ่งพบซากเจดีย์เก่าขนาดใหญ่ อยู่ 3 แห่ง และพบเตาเผาเครื่องปั้นดินเผา 1 แห่ง สันนิษฐานว่าคงเป็นเมืองท่าหน้าด่านไม่ทราบแน่ชัดว่าชื่อเดิมคือเมืองอะไร อยู่ห่างจากโบราณสถานดงเวียงแก่น 8 .5 กิโลเมตร - ทิศเหนือมีเมืองเวียงแก้ว อยู่ในเขตบ้านยายเหนืออยู่ห่างจากโบราณสถานดงเวียงแก่น 4 กิโลเมตร ทุกหัวเมืองรอบนอกโบราณสถานดงเวียงแก่น จะมีสภาพคูเมืองล้อมรอบเหมือนกันหมดเพียงแต่มีพื้นที่น้อยกว่าโบราณสถานดงเวียงแก่น ในลักษณะของเมืองด้านในจะมีพื้นที่ประมาณ 50 - 100 ไร่ จากการเล่าสืบต่อกันมาจากบรรพบุรุษว่า มีเจ้าเมืองเวียงแก่นเป็นผู้ปกครองเมืองต่อมาได้เกิดการทำศึกสงครามกันเกิดขึ้นที่บริเวณที่ราบทางทิศตะวันตกของตัวเมือง มีการรบราฆ่าฟันล้มตายกันเป็นจำนวนมาก จึงมีการเรียกชื่อบริเวณที่รบกันว่า “ทุ่งคาว” ในปัจจุบัน ในการรบครั้งนั้นไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่ารบกับฝ่ายใด ผลปรากฏว่าทหารฝ่ายเจ้าเมืองเวียงแก่นเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แก่ข้าศึก เจ้าหลวงเมืองแก่นเห็นผู้คนล้มตายไปเป็นจำนวนมาก และเห็นเลือดแดงฉานไปหมด จึงเป็นลมหมดสติและสวรรคต ในเวลาต่อมาหลังจากเมืองถูกข้าศึกยึดแล้วก็ถูกทิ้งเป็นเมืองร้างมาเป็นเวลานาน ต่อมา หลังจากเจ้าหลวงสกุลหลวงติ๋นมหาวงศ์แห่งเมืองน่าน ได้สวามิภักดิ์ต่อกรุงเทพฯเมื่อ พ.ศ.2331 ดินแดนแถบเวียงแก่นได้เริ่มมีคนอพยพมาตั้งรกรากกันใหม่ โดยเจ้าผู้ครองนครน่านปกครองอาณาบริเวณลุ่มน้ำน่าน รวมทั้งแถบเชียงม่วน ปง เชียงคำ เวียงแก่น เทิง และเชียงของ ผู้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเขตเวียงแก่นส่วนใหญ่จะมาอยู่เป็นครั้งคราวและจำนวนน้อย และต่อมาในสมัยเจ้าหลวงมหายศแห่งเมืองน่าน (พ.ศ.2368-2378) จนถึงสมัยเจ้าหลวงอนันตวรฤทธิเดช (พ.ศ.2395-2334) จึงมีการอพยพมาตั้งบ้านเรือนอยู่กันอย่างถาวรมากขึ้น ส่วนใหญ่มาจากจังหวัดน่าน แพร่ ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ และมาจากประเทศลาวบางส่วน มาตั้งถิ่นฐานบริเวณบ้านหลู้ บ้านม่วง บ้านยาย ประมาณ พ.ศ.2431 ได้มีการจัดระบบการเมืองการปกครองใหม่ มีการแบ่งแยก หมู่บ้าน ตำบล เมือง มลฑล ขึ้นอย่างชัดเจน ในส่วนของอำเภอเวียงแก่นสมัยนั้น แบ่งออกเป็น 2 ตำบล คือ ตำบลม่วงยาย และตำบลปอ โดยขึ้นกับเมืองเชียงของ พ.ศ. 2453 มีการจัดตั้งเมืองเชียงรายให้เป็นหัวเมืองชั้นตรี ขึ้นกับกรุงเทพฯ และให้เชียงของมีฐานะเป็นอำเภอขึ้นกับเมืองเชียงราย ด้วยเหตุนี้ พื้นที่บริเวณเวียงแก่นจึงขึ้นกับเชียงรายตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ต่อมา พ.ค.2530 จึงมีการจัดตั้งกิ่ง อ.เวียงแก่น โดยแยกออกมาจากอำเภอเชียงของ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแก่เจ้าเมืองเวียงแก่น ซึ่งเป็นผู้ครองเมืองเวียงแก่นในอดีตและเพื่อเป็นสิริมงคลแก่กิ่งอำเภอที่ตั้งขึ้นใหม่ ประชาชนจึงได้เสนอชื่อกิ่งอำเภอว่า กิ่งอำเภอเวียงแก่น ต่อมาได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอเวียงแก่น เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2538 ม่วงยาย เวียงแก่น เชียงราย ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
119 บ้านเทอดไทย เดิมเรียกว่า “บ้านหินแตก” ขุนส่าเคยเข้ามาใช้เป็นฐานที่มั่นในฐานะผู้นำกองทัพกู้ชาติไต “ขุน” แต่ชาวโลกรู้จักขุนส่าดีในชื่อ “ราชาเฮโรอีน” ระหว่างปี พ.ศ. 2519 - 2525 ขุนส่าได้ใช้บ้านหินแตกเป็นฐานที่มั่นอย่างถาวร และกระทำการผิดกฎหมาย จนทางรัฐบาลไทยต้องใช้กำลังผลักดันให้ออกไปจากประเทศไทยคงทิ้งไว้แต่อดีตที่เหลืออยู่ เช่น บ้านพักที่ขุนส่าใช้เป็นศูนย์บัญชาการ นอกจากนี้บ้านเทอดไทยยังเป็นที่อยู่ของชุมชนชาวเขาหลายเผ่าซึ่งสามารถพบเห็นได้ในตลาดยามเช้า เทอดไทย แม่ฟ้าหลวง เชียงราย ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
120 หมู่บ้านอีก้อผาหมี หมู่บ้านชาวเขาผาหมี ตั้งอยู่ถนนสายพระธาตุดอยตุง – บ้านผาหมี ห่างจากพระธาตุดอยตุง ประมาณ 10 กม. หมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่า บ้านผาหมี หมู่ที่ 6 ตำบลเวียงพางคำ มีสภาพภูมิทัศน์ที่สวยงาม อยู่ห่างจากสถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอแม่สาย เพียง 6 กิโลเมตร บริเวณโดยรอบหมู่บ้าน เป็นภูเขาหินอ่อน หินปูน มีถ้ำเล็ก ถ้ำน้อย ที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา จึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความท้าทาย สัมผัสกับวิถีชีวิตชาวไทยภูเขา ที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง.... เดิมพื้นที่นี้ใช้เป็นศูนย์บำบัดยาเสพติดชาวเขาในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุง ปัจจุบันได้กลายเป็นศูนย์ฝึกอาชีพผาหมี เวียงพางคำ แม่สาย เชียงราย ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
ลิขสิทธิ์ © 2561 กรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism)
สนามกีฬาแห่งชาติ ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 เบอร์โทร : 0-2219-4010-7 แฟกซ์ : 0-2216-6906 อีเมล : [email protected]