ที่มา : กองพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
ข้อมูล ณ วันที่ 1 เมษายน 2561
ลำดับ ชื่อแหล่งท่องเที่ยว ประวัติความเป็นมา ตำบล/แขวง อำเภอ/เขต จังหวัด ภูมิภาค ประเภทแหล่งท่องเที่ยว
1 ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเพชรบูรณ์ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเพชรบูรณ์ เป็นเสาหลักเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย อยู่ที่ถนนหลักเมือง ใจกลางเมืองเพชรบูรณ์ เสาหลักเมืองเป็นเสาหินที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงนำมาจากเมืองศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์เมื่อปี พ.ศ. 2447 เมืองศรีเทพเป็นเมืองโบราณแบบทวารวดีและขอม คาดว่ามีอายุตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 11–12 ลงมาจนถึงพุทธศตวรรษที่ 17–18 - เมืองเพชรบูรณ์ เพชรบูรณ์ ภาคตะวันตก แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
2 น้ำตกธาราเอราวัณ น้ำตกที่มีโขดหินเป็นจำนวนมาก บริเวณรอบน้ำตกเป็นป่าธรรมชาติที่รอการพัฒนา ตะเบาะ เมืองเพชรบูรณ์ เพชรบูรณ์ ภาคตะวันตก แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
3 พระตำหนักเขาค้อ เป็นพระตำหนักที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ตั้งอยู่บนเขาย่า สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,100 เมตรภายในพระตำหนักประกอบด้วยอาคารเชื่อต่อกันลักษณะรูปวงแหวน - เขาค้อ เพชรบูรณ์ ภาคตะวันตก แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
4 ไร่ บี เอ็น จำหน่ายพืชผัก ผลไม้เมืองหนาวสด ๆ นานาชนิด เช่น บรอคคอรี่ ฟักแม้ว ผักกาดแก้ว มะเขือม่วง มะระหวาน แคมป์สน เขาค้อ เพชรบูรณ์ ภาคตะวันตก แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
5 ภูทับเบิก (อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า) ภูทับเบิก เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ ตั้งอยู่ที่บ้านทับเบิก ตำบลวังบาล ห่างจากอำเภอหล่มเก่า 40 กิโลเมตร ตามเส้นทางจากหล่มเก่าไปภูหินร่องกล้า หรือห่างจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ประมาณ 90 กิโลเมตร ภูทับเบิก มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร เป็นจุดที่สูงที่สุดของเพชรบูรณ์ มีสภาพภูมิประเทศที่สวยงามด้วยธรรมชาติแบบทะเลภูเขา มีอากาศบริสุทธิ์ สภาพภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี เนื่องจากร่องลมเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยและอยู่บนที่สูง จึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล โดยช่วงเช้าจะมองเห็นกลุ่มเมฆ และทะเลหมอกตัดกับยอดเทือกเขาเพชรบูรณ์ วังบาล หล่มเก่า เพชรบูรณ์ ภาคตะวันตก แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
6 สุสานหอย 15 ล้านปี สุสานหอย 15 ล้านปี โคกปรง วิเชียรบุรี เพชรบูรณ์ ภาคตะวันตก แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
7 จุดชมพระอาฑิตย์ขึ้นภูค้อ เป็นแหล่งท่องเที่ยว ชมวิวมานาน มีสภาพป่าที่สวยงสมแห่งหนึ่งเป็นจุดที่สูง จากระดับน้ำทะเล 910 เมตร ซึ่งอากาศหนาวเย็น - หล่มสัก เพชรบูรณ์ ภาคตะวันตก แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
8 ป่าเปลี่ยนสี (อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว) อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวอยู่ในท้องที่ อำเภอหล่มเก่า อำเภอหล่มสัก อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ และอำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ ป่าน้ำหนาวเป็นเขตกั้นระหว่างภาคอีสานและภาคเหนือ เป็นอุทยานแห่งชาติที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง สภาพพื้นที่ทั่วไปเป็นเทือกเขาสูงทอดยาวผ่านจังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยเฉพาะภูผาจิต ภูกุ่มข้าว และเทือกเขาโดยรอบ ประกอบขึ้นเป็นป่าต้นน้ำลำธาร ต้นกำเนิดของลำธารสายยาว เช่น แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำพอง แม่น้ำเลย ห้วยขอนแก่น ห้วยน้ำเขิญ ซึ่งไหลลงสู่เขื่อนอุบลรัตน์ และเขื่อนจุฬาภรณ์ ทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง มีเนื้อที่ประมาณ 603,750 ไร่ หรือ 966 ตารางกิโลเมตร อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวในเทือกเขาเพชรบูรณ์ที่สลับซับซ้อน อันเป็นรอยต่อของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือนั้น ล้วนเต็มไปด้วยทิวเขาสูงที่มีอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดปี และมีความหลากหลายทางชีวภาพ มนต์เสน่ห์ของพงไพรในแถบนี้มีความโดดเด่นในด้านป่าสนบนภูเขาสูงซึ่งให้ บรรยากาศแปลกตาของผืนป่าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ภูมิอากาศที่หนาวเย็นตลอดปี เอื้ออำนวยให้เกิดป่าสนกว้างใหญ่กระจายอยู่ทั่วภู และสามารถดึงดูดนักเดินทางได้จำนวนมาก จุดที่มีชื่อเสียงมากของอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว คือบริเวณสวนสนภูกุ่มข้าว ซึ่งมีดงต้นสนสามใบต่อเนื่องเป็นผืนใหญ่ท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจี บรรยากาศโปร่งโล่งของทิวสน ที่ยืนต้นกระจัดกระจายกันอยู่สร้างภาพที่สวยงามบาดตา ลักษณะของต้นสนสามใบมีเปลือกแตกเป็นเกล็ดคล้ายหนังจรเข้ ลำต้นสูงชะลูดกว่า 30-40 เมตร บนยอดภูกุ่มข้าวถ้าหันหน้าไปทางทิศใต้ จะมองเห็นอ่างเก็บน้ำเขื่อนจุฬาภรณ์ได้อย่างชัดเจน หล่มสัก หล่มสัก เพชรบูรณ์ ภาคตะวันตก แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
9 วนอุทยานน้ำตกธารทิพย์ (น้ำตกธารทิพย์) น้ำตกธารทิพย์ หรือชื่อเรียกอีกนัยหนึ่งว่า น้ำตกหมูบูด เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป และชาวเพชรบูรณ์ โดยเฉพาะสภาพตัวน้ำตก เป็นน้ำตกชั้นเดียว สูงประมาณ 26 เมตร กว้างราว 30 เมตร มีน้ำไหลตลอดทั้งปี สวยงามตระการตา และยังเป็น ต้นน้ำของห้วยน้ำคล้าอีกด้วย นอกจากนี้ยังทำให้เกิดธารน้ำไหล จนกลายเป็นน้ำตก ชั้นเล็กๆ ลดหลั่นไป ตลอดสาย ขณะเดียวกันตามลำธารดังกล่าว ยังเต็มไปด้วย ตาดน้ำ แก่งหิน ลดหลั่นกันไปเป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร จนแลดูสวยงาม และเต็มไปด้วยบรรยากาศ ของกลิ่นไอธรรมชาติ ที่ร่มรื่น ชื่อ น้ำตกธารทิพย์ นั้น ถูกตั้งขึ้นตามชื่อ หมู่บ้านธารทิพย์ ซึ่งก่อนหน้านี้ หมู่บ้านแห่งนี้มีชื่อว่า บ้านหมูบูด สาเหตุที่มีชื่อเรียกเช่นนี้ เพราะมีเรื่องเล่าว่า มีหญิงสาวของ หมู่บ้านนี้ แต่งงานกับ หนุ่มบ้านอื่น โดยมีการเตรียม จัดงานเลี้ยงรื่นเริงกัน และมีการฆ่าหมูฆ่าไก่มา เตรียมทำอาหารรับประทานกัน แต่ปรากฎว่าสาวบ้านนี้ รอเท่าไหร่ หนุ่มก็ไม่มากระทั่งเวลา ผ่านเลยไปจนหมูที่เตรียมไว้ทำอาหารเกิด อาการบูดเสียขึ้น จนกลายเป็นที่มาของชื่อ หมู่บ้านและน้ำตกแห่งนี้ ต่อมาภายหลังได้มีการ เปลี่ยนชื่อหมู่บ้านใหม่ ทำให้ชื่อน้ำตกพลอยได้รับการเปลี่ยนตามไปด้วย กระทั่งปี 2537 นายปัญญา บุญสมบูรณ์ ป่าไม้จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ไปทำการ สำรวจเบื้องต้น และรายงานให้ ทางกรมป่าไม้ทราบ จนเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2538 กรมป่าไม้ อนุมัติให้จัดตั้งเป็น วนอุทยานน้ำตกธารทิพย์โดยมีพื้นที่ ครอบคลุม ประมาณ 8,750 ไร่ หรือ 12 ตารางกิโลเมตร ความโดดเด่นของ น้ำตกธารทิพย์นั้น นอกจากจะเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ แล้วสภาพโดยรอบน้ำตกยังเต็มไปด้วย ป่าไม้นานาพรรณทั้ง ป่าเต็งรังและป่าดิบแล้ง ขณะเดียวกันสภาพป่ายังมีความอุดมสมบูรณ์ ค่อนข้างมาก สำหรับเส้นทางเดินเท้าเข้าไปยังน้ำตกธารทิพย์นั้น จากป้อมเจ้าหน้าที่ วนอุทยานฯไปถึงตัวน้ำตกมีระยะทางยาว 1.2 กิโลเมตร และตลอดเส้นทางจะมีจุด ให้ศึกษาธรรมชาติ และระบบนิเวศน์โดยตลอด ส่วนสายน้ำที่ไหลตกจากหน้าผา จนทำให้กลายเป็นน้ำตกนั้น เนื่องจากเป็นน้ำที่เกิดจากน้ำผุด จึงทำให้มีน้ำไหล ต่อเนื่องกันตลอดทั้งปี โดยเฉพาะแอ่งน้ำใต้ น้ำตกนั้นมีสภาพไม่ลึกจัด ทั้งที่เป็นแอ่งใหญ่ มีหาดทราย ทำให้ผู้ที่เดินทางไปเยือนมัก จะอดไม่ได้ที่ต้องลงไปสัมผัส กับสายน้ำที่เยือกเย็นของน้ำตกแห่งนี้ นอกจากนี้มีน้ำตกอื่นเป็นองค์ประกอบ สำคัญประกอบน้ำตกขั้นบันได ซึ่งเป็นน้ำตกที่สวยงามไม่แพ้กัน เนื่องจากสายน้ำที่ไหล ตกกระทบกับแก่งหิน ในลักษณะที่เป็นขั้นบันได จำนวนกว่า 10 ขั้น ทำให้น้ำตกขั้นบันไดเป็นน้ำตก ที่ได้รับความสนใจ จากนักท่องเที่ยวไม่แพ้กัน โดยเส้นทางไปน้ำตกขั้นบันได จะมีเส้นทางเดินเท้าแยกจากเส้นทางไปน้ำตกธารทิพย์ ระยะทางราว 400 เมตร แต่ทางขึ้นจะค่อนข้างลำบาก เพราะทางลาดชัน แต่ก็เป็นสิ่งที่ท้าทายบรรดานักท่องเที่ยว ห่างจากที่ทำการวนอุทยานราว 5 กิโลเมตร บุ่งน้ำเต้า หล่มสัก เพชรบูรณ์ ภาคตะวันตก แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
10 น้ำตกแสนสมบูรณ์ ตำบลพุทธบาทยกฐานะจากสภาตำบลเมื่อปี 2539 โดยมีนายสมเดช ธรรมมา กำนันตำบลพุทธบาท เป็นประธานกรรมการบริหาร โดยตำแหน่ง และนายสุบิน จันทวงษ์ เป็นประธานสภาฯ และต่อมาครบวาระได้จัดให้มีการเลือกตั้งเมื่อปี 2543 โดยมีนายสมเดช ธรรมมา เป็นประธานคณะกรรมการบริหาร อยู่ในเขตการปกครองของอำเภอชนแดน มีจำนวนหมู่บ้านทั้งสิ้น 16 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่1 บ้านห้วยตูม หมู่2 บ้านน้ำพุ หมู่3 บ้านน้ำลัด หมู่4 บ้านห้วยงาช้าง หมู่5 บ้านหนองตาด หมู่6 บ้านกกจั่น หมู่7 บ้านซับสีทอง หมู่8 บ้านผาทอง หมู่9 บ้านคลองบอป หมู่10 บ้านโป่งตะแบก หมู่11 บ้านถ้ำเขาเครือ หมู่12 บ้านโป่งเจ็ดหัว หมู่13 บ้านลาดน้อย หมู่14 บ้านหนองเล้าไก่ หมู่15 บ้านโค้งผักชี หมู่16 บ้านวังมะปราง พุทธบาท ชนแดน เพชรบูรณ์ ภาคตะวันตก แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
11 เขาค้อ เขาค้อ เป็นชื่อเรียกรวม ของกลุ่มภูเขาน้อยใหญ่ ที่ทอดตัวเรียงราย สลับกันในภาคเหนือตอนล่าง เป็นที่ตั้งของอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นอำเภอที่อยู่บนภูเขา เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เนื่องจากมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี แม้แต่ในฤดูร้อน อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปี เพียง 18-25 องศาเซลเซียสเท่านั้น มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายให้ได้มาพักผ่อน โดยยอดเขาสูงหลายแห่งที่น่าสนใจ เช่นเขาย่า ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระตำหนักเขาค้อ มีความสูง 1,290 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ยอดเขาผาซ่อนแก้วมีความสูงมากกว่า 1,300 เมตร ส่วนยอดเขาค้อ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ อนุสรณ์สถานผู้เสียสละ เขาค้อ มีความสูง 1,174 เมตร สภาพอากาศบนเขาค้อจึงค่อนข้างเย็น และเย็นจัดในฤดูหนาว และยังมีทัศนียภาพที่สวยงาม เป็นแหล่งชมทะเลหมอกที่สวยมากแห่งหนึ่งที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ชื่อเขาค้อ มีที่มาจาก ป่าบริเวณนี้มีต้นค้อขึ้นอยู่มาก ซึ่งโดยปกติต้นค้อจะขึ้นในพื้นที่ที่มีภูมิอากาศหนาวเย็น ป่าไม้ในแถบนี้เป็นป่าเต็งรังหรือป่าไม้สลัดใบ ป่าสน และป่าดิบ ที่น่าสนใจก็คือ พันธุ์ไม้ตระกูลปาล์ม ลักษณะคล้ายต้นตาล แต่ออกผลเป็นทะลายคล้ายหมาก แม้ปัจจุบันป่าจะถูกถางไปมากก็ตาม แต่ก็ยังมีให้เห็นอยู่บ้าง จุดเด่นของเขาค้อ คือการเที่ยวชมทะเลหมอกในฤดูฝน และฤดูหนาว ซึ่งอยู่บริเวณจุดชมวิวเหนืออ่างเก็บน้ำรัตนัย ใกล้กับสถานที่สำคัญทางราชการหลายแห่ง ในอำเภอเขาค้อ นอกจากจะมีความสวยงามตามธรรมชาติแล้ว ยังเป็นสถานที่สำคัญอย่างยิ่งทางประวัติศาสตร์ของประเทศ เนื่องจากเป็นพื้นที่ ที่ทางราชการ ใช้ในการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในอดีต ก่อนที่ผกค. จะแพ้พ่าย และสูญหายไปจากประเทศไทย ซึ่งสถานที่สำคัญหลายแห่งบนเขาค้อ ยังปรากฎหลักฐานเหล่านี้อยู่จำนวนมาก เขาค้อ เขาค้อ เพชรบูรณ์ ภาคตะวันตก แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
12 ทุ่งนางพญา นักท่องเที่ยวมักเดินทางเข้าไปกางเต็นท์พักแรม เพื่อชื่นชมความงามของป่าสนท่ามกลางสายหมอกยามเช้า ในช่วงปลายฤดูฝนและฤดูหนาว ต้นสน ที่ขึ้นอยู่ในป่าแห่งนี้เป็นสนสองใบ มีขนาดสูงใหญ่มากกว่าที่ใด ๆ ในประเทศไทย ตามกิ่งสนเราได้พบกล้วยไม้อิงอาศัยที่หาชมได้ยาก นั่นคือ เอื้องชะนีและเอื้องคำปากไก่ หนองแม่นา เขาค้อ เพชรบูรณ์ ภาคตะวันตก แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
13 น้ำตกศรีดิษฐ์ เป็นน้ำตกหินชั้น มีน้ำตกตลอดทั้งปี หนองแม่นา เขาค้อ เพชรบูรณ์ ภาคตะวันตก แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
14 แมงกระพรุนน้ำจืดและแก่งบางระจัน แก่งบางระจัน ตั้งอยู่ที่หมู่ 6 บ้านหนองแม่นา เป็นแหล่งท่องเที่ยวท่องเที่ยวเชิงนิเวศในแหล่งธรรมชาติ โดยกิจกรรมพายเรือท่องป่า ตามหาแมงกะพรุนน้ำจืด เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศของ หมู่บ้านหนองแม่นา ที่จะพานักท่องเที่ยวชมธรรมชาติลำน้ำเข็กอันเงียบสงบในช่วงหน้าแล้ง ราวเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมทุกปี โดยมีกลุ่มชุมชนท้องถิ่นเป็นผู้บริหารจัดการกิจกรรมท่องเที่ยวในบริเวณนี้ กิจกรรมการท่องเที่ยวมีให้เลือกหลายแบบ ทั้งแบบค้างแรมในป่า 2 วัน 1 คืน หรือแบบเช้าไปเย็นกลับ นอกจากนี้ ยังสามารถทำกิจกรรมระยะสั้น โดยนั่งเรือเรือแจวจากแก่งบางระจันไปยังแก่งสอง ไปกลับใช้เวลาประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความสวยงามเงียบสงบของป่าต้นน้ำเข็ก ซึ่งอยู่ระหว่างพื้นที่รอยต่อจังหวัดพิษณุโลกและเพชรบูรณ์ โดยการนั่งเรือแจวหรือเรืออีโปงของชาวบ้านที่ใช้สัญจรหรือทำมาหากินในอดีตถึงปัจจุบัน เริ่มจากแก่งบางระจันเป็นจุดแรกล่องเรือไปตามลำน้ำเข็กที่ไหลเย็นแต่ไม่เชี่ยวกราก ซึ่งถือเป็นแม่น้ำบนภูเขาที่ไหลนิ่งและมีน้ำอยู่ในระดับสม่ำเสมอตลอดปี โดยจะมีน้ำมากและไหลแรงในช่วงฤดูฝนเท่านั้น หนองแม่นา เขาค้อ เพชรบูรณ์ ภาคตะวันตก แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
15 แก่งวังน้ำเย็น เป็นแก่งน้ำขนาดใหญ่ที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดี บริเวณนี้จะมีสภาพภูมิ ประเทศเป็นป่าดงดิบชื้น ตัวแก่งจะอยู่ใต้ลงไปจากหน่วยพิทักษ์ป่า วังน้ำเย็น ซึ่งตั้งอยู่ริมลำน้ำเข็กน้อย ในฤดูฝนน้ำหลากจากสายน้ำเข็ก จะท่วมมิดแก่งจนมองไม่เห็นอะไร ต้องรอให้ถึงฤดูหนาวและฤดูร้อน ตัวแก่งซึ่งมีลักษณะเป็นแก่งหินลาดเทระเกะระกะจึงจะโผล่ขึ้นมาให้เห็นนอกจากนั้นแล้วแก่งวังน้ำเย็นยังเป็นแหล่งที่พบกะพรุนน้ำจืด ซึ่งหาชมได้ยากและมีเพีลงแห่งเดียวในประเทศไทย หนองแม่นา เขาค้อ เพชรบูรณ์ ภาคตะวันตก แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
16 อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว อยู่ในท้องที่อำเภอเมือง อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ และอำเภอคอนสาน จังหวัดชัยภูมิ เป็นอุทยานแห่งชาติที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นแนวเขตกั้นระหว่างภาคอีสานและภาคเหนือ สภาพพื้นที่ทั่วไปเป็นเทือกเขาสูง มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ เป็นต้นน้ำลำธาร มีเนื้อที่ประมาณ 966 ตารางกิโลเมตร หรือ 603,750 ไร่ น้ำหนาว น้ำหนาว เพชรบูรณ์ ภาคตะวันตก แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
17 อุทยานแห่งชาติตาดหมอก เป็นแหล่งของทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญและมีค่า เช่น พันธุ์ไม้ ของป่า สัตว์ป่านานาชนิด ตลอดจนทิวทัศน์ ป่า ภูเขา และน้ำตกที่สวยงามยิ่ง มีเนื้อที่ประมาณ 290 ตารางกิโลเมตร หรือ 181,250 ไร่ นาป่า เมืองเพชรบูรณ์ เพชรบูรณ์ ภาคตะวันตก แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
18 สวนสาธารณะหนองนารี เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดค่อนข้างใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 415 ไร่ เป็นพื้นน้ำ 263 ไร่ พื้นดิน 150 ไร่ บริเวณหนองน้ำเป็นแหล่งพันธุ์พืช ประเภทบัวนานาชนิด แหล่งพันธุ์ปลาต่างๆ ตลอดจนนกหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งนกประจำถิ่นและนกที่อพยพจากถิ่นอื่นตามฤดูกาล พื้นดินมีสภาพเป็นป่าไม้ เนื้อที่ประมาณ 102 ไร่ มีพันธุ์ไม้ต่างๆ ขึ้นอยู่หนาแน่น มีทั้งพันธุ์ไม้ท้องถิ่น และไม้ที่ปลูกเพิ่มเติม อาทิ ประดู่ ตะแบก จามจุรี และยูคา สำหรับพื้นที่ที่เหลืออีก 45 ไร่ เป็นถนนรอบหนองน้ำและสวนหย่อม ปัจจุบันได้มีผู้บุกรุกพื้นที่หนองนารีเพื่อผลประโยชน์ต่างๆ สะเดียง เมืองเพชรบูรณ์ เพชรบูรณ์ ภาคตะวันตก แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
19 วัดช้างเผือก เป็นที่ประดิษฐานศพของพระครูพชราจารย์ หรือหลวงพ่อทบ ที่บรรจุศพอยู่ในโลงแก้ว ซึ่งศพของท่านไม่เน่าเปื่อย และเป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดเพชรบูรณ์และผู้ที่เดินทางผ่าน ในเดือนมีนาคมจะมีงานประจำปีครบรอบวันมรณภาพของหลวงพ่อทบเป็นประจำทุกปี วังชมภู เมืองเพชรบูรณ์ เพชรบูรณ์ ภาคตะวันตก แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
20 วัดไตรภูมิ เป็นวัดเก่าแก่ เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธมหาธรรมราชา พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเพชรบูรณ์ พระพุทธมหาธรรมราชาเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องศิลปสมัยลพบุรี ชาวบ้านพบในแม่น้ำป่าสักบริเวณหน้าวัด จึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดนี้ ต่อมาพระพุทธรูปองค์นี้ได้หายไป และมีผู้พบในแม่น้ำบริเวณที่พบครั้งแรกจึงถือกันเป็นประเพณีของจังหวัดเพชรบูรณ์ คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้อุ้มพระพุทธรูปลงดำไปยังก้นแม่น้ำ แล้วโผล่ขึ้นมา ทำเช่นนี้จนครบทั้ง 4 ทิศ ถือว่าเป็นสิริมงคลแก่จังหวัด และถ้าไม่ได้กระทำพิธีอุ้มพระดำน้ำจะเกิดฝนแล้งพิธีอุ้มพระดำน้ำนี้จะทำในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ในเมือง เมืองเพชรบูรณ์ เพชรบูรณ์ ภาคตะวันตก แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
ลิขสิทธิ์ © 2561 กรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism)
สนามกีฬาแห่งชาติ ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 เบอร์โทร : 0-2219-4010-7 แฟกซ์ : 0-2216-6906 อีเมล : [email protected]