ที่มา : กองพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
ข้อมูล ณ วันที่ 1 เมษายน 2561
ลำดับ ชื่อแหล่งท่องเที่ยว ประวัติความเป็นมา ตำบล/แขวง อำเภอ/เขต จังหวัด ภูมิภาค ประเภทแหล่งท่องเที่ยว
1 หอคอยบรรหาร-แจ่มใส หอคอยบรรหาร-แจ่มใส และ สวนเฉลิมภัทรราชินี ตั้งอยู่ใจกลางเมืองสุพรรณบุรี บนถนนนางพิม ตำบลท่าพี่เลี้ยง หอคอยบรรหาร-แจ่มใส เป็นหอคอยแห่งแรกและสูงที่สุดในประเทศไทย มีความสูงถึง 123 เมตร มีชั้นสำหรับชมวิวในระดับสูงสุด 78.75 เมตร และระดับต่ำลงมาคือ 72.75, 66.75 และ 33.75 เมตร ตามลำดับ บนหอคอยได้มีการติดตั้งกล้องส่องทางไกลไว้รอบด้าน มีร้านขายของที่ระลึกและอาหารว่าง มีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเมืองสุพรรณบุรี ทั้งด้านประวัติศาสตร์ วรรณคดี ศิลปวัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญและเรื่องราวน่ารู้ของจังหวัดสุพรรณบุรีไว้ทั้งหมด ท่าพี่เลี้ยง เมืองสุพรรณบุรี สุพรรณบุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
2 วัดไผ่โรงวัว ตั้งอยู่ที่ตำบลบางตาเถร ห่างจากตัวจังหวัดสุพรรณบุรี ประมาณ 43 กิโลเมตร หรือจากกรุงเทพฯ ประมาณ 70 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี มีทางแยกซ้ายก่อนถึงสามแยกลาดบัวหลวงเข้าสู่วัดไผ่โรงวัว วัดนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2469 เป็นวัดที่มีพุทธ-ศาสนิกชน และบุคคลทั่วไป นิยมไปเที่ยวชมกันมาก หลวงพ่อขอม ได้ดำเนินการก่อสร้าง “พระพุทธโคดม” เป็นพระพุทธรูปโลหะสำริดองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 17 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงยกพระเกตุมาลา เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2512 ภายในวัดมีสิ่งก่อสร้างเกี่ยวกับพุทธศาสนา ได้แก่ “สังเวชนียสถาน 4 ตำบล” คือ สถานที่ที่พระพุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพาน กับงานประติมากรรมหรือภาพปั้นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัตินรกภูมิ รวมทั้งวรรณคดีและประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังมี “พระธรรมจักร” หล่อด้วยทองสำริดใหญ่ที่สุดในโลก “พระกะกุสันโธ” พระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ที่สุดในโลก “ฆ้องและบาตร” ใหญ่ที่สุดในโลก “พระวิหารร้อยยอด” รวมทั้งสิ่งก่อสร้างอื่นๆ อีกมากมาย - สองพี่น้อง สุพรรณบุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
3 บึงฉวาก บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ เป็นบึงน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 2,700 ไร่ อยู่ห่างจากตัวเมืองสุพรรณบุรีประมาณ 64 กิโลเมตร บึงฉวากมีพื้นที่ติดต่อกับอำเภอหันคา จังหวัดชัยนาทและอำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ส่วนที่อยู่ในเขตอำเภอเดิมบางนางบวชมีพื้นที่ประมาณ 1,700 ไร่ บึงฉวากได้รับประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2526 และในปี พ.ศ. 2541 ได้รับการจัดให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ ตามอนุสัญญาแรมซาร์ที่ประเทศไทยเป็นภาคี เนื่องจากความหลากหลายของพันธุ์พืชและสัตว์ที่มีในบึง ลักษณะที่เรียกว่าเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำตามอนุสัญญาแรมซาร์ คือ พื้นที่ลุ่ม พื้นที่ราบลุ่ม พื้นที่ลุ่มชี้นแฉะ พื้นที่ฉ่ำน้ำ มีน้ำท่วมน้ำขัง พื้นที่พรุ พื้นที่แหล่งน้ำ ทั้งที่เกิดเองตามธรรมชาติและที่มนุษย์สร้าง ทั้งที่มีน้ำขังหรือน้ำท่วมถาวรหรือชั่วคราว ทั้งแหล่งน้ำนิ่งและน้ำไหล แหล่งน้ำจืด น้ำกร่อยและน้ำเค็ม รวมไปถึงชายฝั่งทะเลและทะเลในบริเวณซึ่งเมื่อน้ำลดต่ำสุด น้ำลึกไม่เกิน 6 เมตร ซึ่งบึงฉวากเข้าข่ายลักษณะดังกล่าว คือ เป็นบึงน้ำจืดที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีความลึกเฉลี่ยประมาณ 1 - 3 เมตร - เดิมบางนางบวช สุพรรณบุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
4 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในบริเวณศูนย์ราชการแห่งใหม่ของจังหวัดสุพรรณ ดูเหมือนเป็นสถานที่ที่หลายคนอาจจะมองผ่านเลย แต่เนื้อหาและคุณค่าที่แสดงให้ชม เป็นสิ่งที่เราไม่ควรมองข้ามไป ตัวอาคารที่โดดเด่นออกแบบผสมผสานระหว่างรูปแบบโบราณแต่เน้นหลักการดูแล การใช้สอยที่สะดวกเข้ากับยุคสมัยใหม่ การจัดแสดงเรื่องราวภายในก็เรียบง่าย ดูทันสมัย เรียกได้ว่าเป็นห้องเรียนการเกษตร ประวัติศาสตร์ สังคมการเมือง และอีกหลายวิชา มารวมอยู่ในสถานที่แห่งนี้ สถานที่ที่สวยงามและเต็มไปด้วยความรู้ที่ควรมอง สนามชัย เมืองสุพรรณบุรี สุพรรณบุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
5 วัดหน่อพุทธางกูร บนถนนสมภารคง เส้นทางเลียบแม่น้ำฝั่งตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน ใกล้ตัวเมืองสุพรรณ เป็นเส้นทางไหว้พระเก้าวัด และ วัดหน่อพุทธางกูล เป็น 1 ใน 9 วัดสำคัญของเมืองสุพรรณ ที่นักเดินทางนิยมแวะกราบใหว้ และชมความงดงามของงานจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่ ที่เขียนโดยช่างในสมัยปลายกรุงศรีอยุทธยา ถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ภาพบางส่วนเริ่มเสียหายจากความร้อน และความชื้น แต่ทางวัดก็พยายามดูแลรักษาไว้ เพื่อเป็นผลงานที่มีคุณค่า ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา และเรียนรู้เรื่องราว และศิลปะของไทยที่งดงามมากอีกชิ้นหนึ่ง พิหารแดง เมืองสุพรรณบุรี สุพรรณบุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
6 วัดมหาธาตุหรือวัดพระธาตุศาลาขาว อยู่ห่างจากตัวจังหวัดไปตามถนนมาลัยแมน (ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณ) ทางหลวงหมายเลข 321 ไปประมาณ 16 กิโลเมตร ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 145 วัดมหาธาตุตั้งอยู่ตรงข้ามกับวัดสวนแตง ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า วัดพระธาตุนอก เพราะลักษณะพระปรางค์คล้ายกับพระปรางค์ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุแต่ขนาดย่อมกว่า มีความสูงประมาณ 20-25 เมตร จากสภาพที่หลงเหลือปัจจุบันเป็นพระปรางค์เดี่ยว มีบันไดและซุ้มประตู ยอดพระปรางค์มนกว่ายอดพระปรางค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ซึ่งมียอดแหลม แผ่นอิฐมีขนาดเล็ก และสอด้วยปูนหวาน เนื้อหยาบ จากหลักฐานของโบราณวัตถุที่ขุดค้นพบได้จากพระปรางค์ สันนิษฐานได้ว่า วัดนี้สร้างในราว พ.ศ. 1967-2031 ในรัชสมัยพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) หรือพระบรมไตรโลกนาถ ปัจจุบันพระธาตุอยู่ในสภาพทรุดโทรม ศาลาขาว เมืองสุพรรณบุรี สุพรรณบุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
7 พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ เป็นพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงพระคชาธารออกศึก และองค์เจดีย์ยุทธหัตถีสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงสร้างเจดีย์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะในสงครามยุทธหัตถีที่ทรงมีต่อพระมหาอุปราชาแห่งพม่าเมื่อเดือนมกราคมปีพ.ศ.2135 ดอนเจดีย์ ดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
8 อุทยานแห่งชาติพุเตย สภาพทั่วไปเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนมีความลาดชันมาก โดยมียอดเขาเทวดา สูงสุด มีระดับความสูง 1,123 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งเทือกเขาเหล่านี้เป็นต้นกำเนิดของลำห้วยที่สำคัญหลายสาย สภาพอากาศโดยทั่วไปของอุทยานแห่งชาติพุเตย อากาศค่อนข้างร้อนในช่วงต้นปี และมีฝนตกชุกตลอดปี โดยเฉพาะช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม จะมีปริมาณน้ำบริเวณน้ำตกไหลมากกว่าปกติ สภาพป่าโดยทั่วไปยังมีความอุดมสมบูรณ์อยู่มาก พรรณไม้ที่สำคัญได้แก่ เหียง พลวง แดง ชิงชัน ประดู่ มะค่าโมง ไผ่ป่าต่าง ๆ สนสองใบ สัตว์ป่ามีอยู่ชุกชุมมากเนื่องจากมีแหล่งน้ำและแหล่งอาหารสมบูรณ์ สัตว์ป่าทั่วไปได้แก่ เสือ เก้ง ชะนี หมี นางอาย หรือลิงลม เม่น งูจงอาง งูเห่า หมูป่า อีเห็น ลิง ฯลฯ ห้วยขมิ้น ด่านช้าง สุพรรณบุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
9 ตลาดเก้าห้อง เป็นตลาดห้องแถวเก่าแก่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน อายุประมาณ 100 ปี สร้างประมาณต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีร้านค้าเก่าแก่และพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจบ่งบอกวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนยุคก่อนได้ดี บางปลาม้า บางปลาม้า สุพรรณบุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
10 บ้านแม่หม้าย (ผลิตภัณฑ์ไม้กวาดร้อยปี) ชาวบ้านบางแม่หม้ายจะทำไม้กวาดตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงเดือน 10-12 นอกฤดูทำนา เป็นไม้กวาดใยมะพร้าว มีลักษณะพิเศษคือ มีความทนทาน ตกแต่งให้ด้ามสวยงาม - บางปลาม้า สุพรรณบุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
11 วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี เป็นวัดเก่าแก่หน้าบันของวิหารวัดป่าเลไลยก์มีเครื่องหมายพระมหามกุฎอยู่ระหว่างฉัตรคู่บอกให้ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จธุดงค์มาพบสมัย ยังทรงผนวชอยู่ เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์แล้วจึงทรงมาปฏิสังขรณ์สันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างในสมัยที่เมืองสุพรรณบุรีรุ่งเรือง ที่วัดแห่งนี้ประชาชนนิยมมานมัสการ “หลวงพ่อโต” เป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ศิลปะสมัยอู่ทองสุวรรณภูมิ ภายในองค์พระพุทธรูปนี้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากพระมหาเถรไลยลาย จำนวน36 องค์ รั้วใหญ่ เมืองสุพรรณบุรี สุพรรณบุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
12 พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร (อุทยานมังกรสวรรค์) ก่อตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่ประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน มีความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 20 ปี เมื่อปี พ.ศ. 2539 รั้วใหญ่ เมืองสุพรรณบุรี สุพรรณบุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
13 วัดพระรูป วัดพระรูป ตั้งอยู่ที่ถนนขุนช้าง ริมฝั่งทิศตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน ตรงข้ามตลาดสุพรรณบุรี วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่มีอายุอยู่ในสมัยอู่ทองตอนปลาย ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ พระพุทธรูปปางไสยาสน์ ก่ออิฐถือปูน ยาว 13 เมตร สูง 3 เมตร ชาวบ้านเรียกว่า เณรแก้ว พระพักตร์กลมยาวคล้ายผลมะตูม ผินพระพักตร์สู่ทิศตะวันออก สันนิษฐานว่าสร้างในราว พ.ศ. 1800 – 1893 และถือว่าเป็นพระนอนที่มีพระพักตร์งามที่สุดในประเทศไทย ท่าพี่เลี้ยง เมืองสุพรรณบุรี สุพรรณบุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
14 ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เดิมเรียกว่า ศาลเทพารักษ์หลักเมือง สิ่งสำคัญภายใน ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ได้แก่ เทวรูปพระอิศวร และพระนารายณ์สลักนูน อยู่บนแท่นหินเขียว แท่งเดียวกันในท่าประทับยืน เจ้าพ่อหลัก เมือง เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองของ จังหวัดสุพรรณบุรีและเป็นที่เคารพบูชาของ ประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดใกล้เคียงเป็นอย่างมาก ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 ของทุกปี ที่ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีจะมีประเพณีทิ้งกระจาด (หรือพิธีทิ้งทาน) ซึ่งเป็นพิธีกรรมของพุทธศาสนาลัทธิมหายานถือเป็นการเจริญ เมตตาแก่ดวงวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้ว ผู้ที่ทิ้งกระจาดจะเอาสิ่งของต่างๆที่ผู้ตายไปแล้วแจกจ่ายให้คนยากจน ท่าพี่เลี้ยง เมืองสุพรรณบุรี สุพรรณบุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
15 วัดพระนอน วัดพระนอนนี้อยู่ติดกับแม่น้ำท่าจีน สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ ภายในวัดมี อุทยานมัจฉา อยู่บริเวณริมน้ำหน้าวัด มีปลานานาชนิดชุกชุม ทั้งปลาสวาย ปลาตะเพียน ปลาแรด ทางวัดประกาศเป็นเขตอภัยทาน ปลูกต้นไม้ ทั้งไม้ผลและไม้ประดับ บริเวณวัดจึงร่มรื่นสวยงาม และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ขึ้นหน้าขึ้นตาแห่งหนึ่งของจังหวัด และยังมีวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์สลักจากหิน มีลักษณะแปลกกว่าที่อื่น คือ เป็นพระพุทธรูปอยู่ในลักษณะนอนหงายขนาดเท่าคนโบราณยาวประมาณ 2 เมตร ลักษณะคล้ายกับพระนอนที่เมืองกุสินารา ประเทศอินเดีย สถานที่ปรินิพพานของพระพุทธเจ้าและยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งใน Unseen Thailand อีกด้วย พิหารแดง เมืองสุพรรณบุรี สุพรรณบุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
16 วัดแค เป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อปรากฏในวรรณคดี เรื่อง “ขุนช้างขุนแผน” อยู่ในอำเภอเมืองสุพรรณบุรี ไปทางเหนือวัดพระศรีรัตนมหาธาตุประมาณ 2 กิโลเมตร ภายในวัดนี้มีต้นมะขามใหญ่วัดโคนต้นโดยรอบได้ประมาณ 10 เมตร เชื่อกันว่าขุนแผนได้เรียนวิชาเสกใบมะขามจากต้นมะขามต้นนี้ ให้เป็นตัวต่อตัวแตนจากท่านอาจารย์คงไว้โจมตีข้าศึก นอกจากนี้ทางจังหวัดได้สร้างเรือนไทยทรงโบราณเรียกว่า “คุ้มขุนแผน” ไว้ใกล้กับต้นมะขามยักษ์นี้อีกด้วย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จประพาสวัดแคเมื่อ พ.ศ. 2447 วัดนี้มีโบราณวัตถุที่น่าสนใจ ได้แก่ พระพุทธบาทสี่รอย ทำด้วยทองเหลือง กว้าง 1.40 เมตร ยาว 2.80 เมตร สร้างซ้อนกันไว้ในรอยใหญ่ นอกจากนี้ก็มีพระพุทธรูปปางมารวิชัยขัดสมาธิราบศิลปะรัตนโกสินทร์ จีวรและอังสะเป็นดอกพิกุลงดงามมาก ประดิษฐานอยู่ในวิหารหน้าพระประธาน สิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ ก็มี เช่น ระฆังทองเหลือง หม้อต้ม กรักทองเหลือง ตู้ใส่หนังสือที่พระบาทสมเด็จพระ-จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงถวายเมื่อปี 2412 รั้วใหญ่ เมืองสุพรรณบุรี สุพรรณบุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
17 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2538 ภายในมีห้องจัดแสดงห้องศูนย์ข้อมูลห้องนิทรรศการชั่วคราว ฯลฯ แนวทางการจัดแสดง เน้นการนำเสนอเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านสำคัญมานุษยวิทยาบุคคลสำคัญ ศาสนศิลปและสุพรรณวันนี้ โดยมีแนวทางการจัดแสดงต่างๆ ได้แก่ การพัฒนาการเมืองสุพรรณบุรีตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบัน แคว้นสุพรรณภูมิกลุ่มคนสุพรรณและวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม ประเพณี เรื่องราวแหล่งพระพิมพ์ พระพุทธรูปสำคัญๆ ตามที่ได้รับฉายาว่าแหล่งพระเครื่องเมืองสุพรรณ วัฒนธรรมเครื่องปั้นดินเผา วรรณกรรมพื้นบ้าน เพลงพื้นเมืองบุคคลสำคัญที่สร้าง คุณประโยชน์ต่อประเทศชาต ิและจังหวัดสุพรรณบุรี และสภาพทั่วไปของจังหวัดสุพรรณวันนี้ สนามชัย เมืองสุพรรณบุรี สุพรรณบุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
18 หอเกียรติยศ นายบรรหาร ศิลปอาชา (นายกรัฐมนตรีคนที่ 21) กำเนิดขึ้นจากความร่วมแรงร่วมใจของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกันบริจาคเงินก่อสร้างโดยไม่ได้ใช้งบประมาณของทางราชการ ภายในจัดแสดงประวัติและผลงานของ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ตั้งแต่วัยเด็กกระทั่งได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหอเกียรติยศ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ประกาศจัดตั้งเป็นหน่วยงานหนึ่งของสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสถานที่ศึกษาด้านประวัติศาสตร์การเมืองไทย และเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิตแก่เยาวชน สนามชัย เมืองสุพรรณบุรี สุพรรณบุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
19 โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก วัตถุประสงค์ที่กรมศิลปากรได้ก่อสร้าง โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จังหวัดสุพรรณบุรีขึ้นมา เพราะได้เล็งเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างยั่งยืนและเพื่อเป็นศูนย์กลางการจัด กิจกรรมเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและประเพณีพื้นบ้านที่ คงความเป็นเอกลักษณ์ไทยของจังหวัดต่างๆ ในภาคตะวันตกโดยได้เปิดทำการแสดงเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม นาฎศิลป์และดนตรี ในทุกวันเสาร์สัปดาห์ที่ 1-3 ของ เดือน เป็นการแสดงของกรมศิลปากรและ/หรือศิลปิน พื้นบ้าน สนามชัย เมืองสุพรรณบุรี สุพรรณบุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
20 หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย เป็นสถานที่รวบรวมวิถีชีวิตแบบพื้นบ้านภาคกลาง มีลานนวดข้าว คอกควายบ้านเรือนไทยจำลองวิถีชีวิตชาวนาไทยที่ผูกพันธ์กับควายมาอย่างช้านาน วังน้ำซับ ศรีประจันต์ สุพรรณบุรี ภาคกลาง แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น
ลิขสิทธิ์ © 2561 กรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism)
สนามกีฬาแห่งชาติ ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 เบอร์โทร : 0-2219-4010-7 แฟกซ์ : 0-2216-6906 อีเมล : [email protected]